กลางดึกคืนหนึ่งของปีที่แล้ว.
สายตาผมกวาดไปตามหน้าจอของเว็บไซต์ exteen.com
ในฐานะของคนที่เริ่มหัดเขียน. ผมพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจ.
จนไปเจอกับบทความหนึ่ง.
เพียงคลิกเข้าไปดู. สายตาผมก็จดจ้องอยู่กับตัวอักษรเบื้องหน้า.
อย่างถอนตัวไม่ขึ้น. บทความแล้วบทความเล่าซึมซับเข้าสู่การรับรู้.
เขาเรียกตนเองว่า "บรรทัดที่สิบเอ็ด"
นอกจากความตั้งใจในการเขียนที่มีพลังจนสัมผัสได้แล้ว. ดูเหมือนว่าฝีมือลีลาการใช้ภาษาของเขายังเพลิดเพลินสนานสนุก. จนอยากลุกไปหาหนังสือเล่มที่เขาเขียนถึงมาอ่าน
เจ้าชายน้อย เป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่ต้องค่อยๆอ่าน
ถ้าคุณเร่งรีบคุณก็อาจจะข้ามความสุนทรีย์ เล็กๆน้อยๆ
ที่ไม่ใช่เพียงเนื้อหา ภาษา แต่รวมไปถึงรูปภาพต่างๆ ที่มีรูปสวยๆน่ารักๆมากมาย (ถูกนำมาทำเป็นสินค้าต่างๆเพื่อเก็บเป็น collection)
ลองอ่านดูครับ เพียงเจอรูปและเนื้อหาในหน้า 2-3
ก็จะแอบหลงรักแล้วหละครับ
แล้วจะเข้าใจว่าผมจะสะสมภาษาต่างๆไปทำไมทั้งๆที่อ่านไม่ออก
จาก "The Little Prince - เจ้าชายน้อย"
นี่เป็นหนังสืออีกเล่ม ที่คนไทยทุกคนควรอ่าน
และควรอ่านตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ เพราะถ้าคุณรออ่านพรุ่งนี้
มันอาจจะช้าเกินไป
จาก "บทเรียนที่เราเรียนรู้ได้จากเพื่อนบ้าน 4 ปีนรกในเขมร"
ปกติแล้ว. ผมตั้งใจว่าจะถามคนที่ผมสนใจ. สัก 10 ข้อ
แต่ไหน ๆ เขาก็เรียกตัวเองว่าบรรทัดที่สิบเอ็ด แล้ว.
ขอเพิ่มอีกสักข้อจะเป็นไรไป.
ครั้งหนึ่ง. ชายคนนี้ก็เคยบอกไว้
ขนาดความใหญ่ ของสิ่งที่คุณทำ มันไม่สำคัญหรอกครับ
ลองอ่านความคิดเขาดูสิครับ.
คุณนิยาม "คุณ" และ "บล็อกของคุณ" ว่าอย่างไร ?
ผม คือ ลูกกรรมกรชาวจีนและแม่ค้าร้านของชำ ที่ต้องการประสบความสำเร็จ และ เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ได้ว่า "ไม่ว่าเกิดมาอย่างไร คุณจะเป็นอะไรก็ได้ อยู่ที่คุณเลือก"
“The Eleventh Line หรือ บรรทัดที่สิบเอ็ด” คือ ที่ๆเอาหนังสือน่าอ่านพร้อมประสบการณ์ในการอ่าน ณ ตอนนั้นๆ มาเล่าให้ฟัง ด้วยความหวังว่า จะช่วยทำให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น ขณะเดียวกันก็บอกให้ทุกคนรู้ว่า ผมเล่าให้ฟังได้ แต่บังคับใครอ่านไม่ได้
หนัง/หนังสือ/เพลงโปรดของคุณ ?
มันเยอะมากจริงๆ เพราะ ผมชอบดูหนัง ชอบดูคอนเสิร์ต ส่วนหนังสือก็เยอะตามที่เห็นในบล็อกและไม่ได้มีจุดยืนว่าชอบแนวไหน แนวไหนที่มีความสุข ชอบหมด
ขอยกคร่าวๆ 2-3 รายการ แต่ขอให้รู้ว่า ไม่ใช่แปลว่าอันนี้ คือ สุดยอดที่สุด เพราะผมหลายใจเหลือเกินครับ
หนังสือ ถ้าชื่อ มูราคามิ / ประภาส ชลศรานนท์ / ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา / ทรงศีล ทิวสมบุญ โผล่มาก็ยากที่จะหลุดรอดมือผม
หนัง เอาตัวอย่างบางเรื่อง ที่ดูมากกว่า 1 ครั้งละกันครับ The God Father, Seven, Shawshank, Dead Poet Society และ ดูทั้งหมดของ Christopher Nolan
เพลงไทยผมฟังเฉลียงได้ไม่เบื่อ อยู่ในใจตลอดกาล แต่ถ้ายุคปัจจุบัน ผมชอบฟังพวกวงอินดี้ ผมไป FAT Fest ทุกปี Big Mountain ทุกครั้ง มันไม่ได้เพราะทุกเพลงหรอกครับ แต่มันไม่เบื่อ มันยังมีอะไรใหม่ๆ เพลงของพี่ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายบางทีฟังครั้งแรกเดาเนื้อบางตอนออกเลย (อันนี้ไม่ได้พูดเกินเหตุ) เพลงหรั่ง ผมก็ฟัง Queen ได้ซ้ำๆๆๆๆๆ ใหม่หน่อยก็ Cold Play, Fat Boy Slim อะไรแบบนี้ ไม่มีแนว อันไหนสุขก็แนวนั้น
เห็นแนะนำหนังสือที่ชอบไปเยอะ มีหนังสือเล่มไหนไหมครับที่ไม่ชอบ ?
ผมมีหนังสือขยะเต็มตู้เลย ทิ้งไม่ลง และไม่เอามาเล่าให้ฟัง โกรธด้วยที่คนทำหนังสือขยะออกมา เพราะบังเอิญถ้ามีคนที่กำลังจะเริ่มอ่านหนังสือมาหยิบเล่มพวกนี้เข้า มันทำลายโลกบางคนได้เลยทีเดียว หนังสือประเภทที่เกลียดมากๆ คือ พวกทำนายหายนะโลก โดยเฉพาะเมื่อคนเขียนเป็นคนที่มีตำแหน่งแห่งหนในสังคม ผมว่าพวกนี้หน้าด้าน
ในชีวิตนี้ ถ้าให้เลือกอ่านหนังสือได้เพียงเล่มเดียว เลือกเล่มไหนครับ ?
ถ้าบังคับให้อ่านเล่มเดียวผมจะไม่อ่าน
คุณผ่านงานมาหลายด้านมาก ทั้ง engineering, sales engineer, trader, assistance sales manager, key account manager, assistance sales, marketing manager, ประสบการณ์ที่ผ่านมาให้บทเรียนอะไรแก่คุณบ้าง ?
ผมยอมเสียเวลาเดินหางานที่มีความสุข เพราะเมื่อเจองานที่สนุก คุณจะอยู่กับมันแบบมีความสุข คุณจะรู้สึกมันส์ทุกครั้งที่งานออกมา เพราะเมื่อคุณมีความสุขคุณจะทำออกมาได้ดี และผลตอบแทนมันจะมาเอง
บางคนอาจจะเลือกเงินเป็นจุดหลักและได้เงินเดือนตอนเริ่มมากกว่าผม แต่เมื่อมันไม่ใช่ คุณจะเนือย ผมใช้เวลาอยู่หลายปีกินเงินเดือน sideway ตอนนี้สิ่งที่ผมได้รับ นับกันในรุ่นแล้ว ผมหัวแถวแน่ๆ
ดังนั้นผมจะบอกว่า เงินสำคัญแต่ไม่ที่สุด เมื่อคุณเจองานที่สุข มันจะตอบแทนคุณเอง
"แต่อย่าใช้ความไม่สู้งาน แล้วบอกว่างานนี้ไม่ใช่"
มาร์ค ทเวน กล่าวไว้ว่า "The man who doesn't read good books has no advantage over the man who can't read them." (คนที่ไม่อ่านหนังสือดีมิได้มีโอกาสเหนือคนที่อ่านหนังสือไม่ออก) คุณคิดอย่างไรกับคำพูดดังกล่าว ?
ผมมีวันนี้แพราะหนังสือและฟุตบอล
คนไทยเราอ่านหนังสือเฉลี่ยต่อวันกันน้อยมาก คุณคิดว่าเราควรแก้ปัญหาอย่างไร และแก้ที่ใครดีครับ ?
แก้ตรงคนทำหนังสือนั่นแหละครับ หนังสือดีพอ ใครจะไม่อ่าน แก้ตรงที่คนสอนนั่นแหละครับ หลักสูตรดีพอ สอนดีพอ ใครจะไม่เรียน เพราะถ้า 2 ข้อบนดีพอ ใครไม่อ่าน จะไปสนทำไมหละครับ
คุณใส่ใจกับการตอบคอมเมนท์มาก อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณต้องตอบคอมเมนท์อยู่เสมอเลยครับ ?
ผมอยากให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น ดังนั้นผมพยายามตอบเพื่อเล่าเรื่องหนังสือให้ emotional มากขึ้น แต่ยอมรับว่า ในที่สุดมันก็ไม่ไหวที่จะตอบทุก comment ดังนั้นจึงเลือกตอบ comment ที่มีคำถาม หรือ มีความรู้สึกว่า อีกจิ๊ดนึง เขาจะไปอ่านแล้ว ผมก็ขอเขี่ยอีกนิด
มีคำถามอะไรที่คุณยังสงสัย และยังคงหาคำตอบไม่ได้ ?
ผมตอบแทนคุณพ่อ คุณแม่มากพอหรือยัง จะทำอย่างไร ให้ท่านมีความสุข มีความภูมิใจในตัวลูกได้มากกว่านี้อีก (ที่ยังหาคำตอบไม่ได้เพราะถ้าเราถามท่าน ยังไงท่านก็จะตอบว่ามีความสุขแล้ว)
ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไร ?
ทุกครั้งที่มีคนบอกว่า พี่คือ idol ของหนู …. แม่งสุดยอด เพราะทุกคนที่พูดอย่างนั้น เค้ามองมาที่ผมแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย เราทำได้ใช่มั้ยถ้าเราเชื่อและพยายามมากพอ"
สุดท้าย เปิดบล็อกมาเกือบสองปีแล้ว คุณได้เรียนรู้อะไร จากการเป็น "บรรทัดที่สิบเอ็ด" บ้างครับ ?
บางคนแวะมาเพราะอยากให้เราแวะไป เมื่อก่อนผมพยายามแวะไปเพราะอยากให้เขาแวะมา มันไม่มีประโยชน์ เพราะ คุณก็ไม่ได้อ่านอะไรติดไป ผมเขียน blog ชวนคนมาอ่านหนังสือ ไม่ได้เขียน blog เพื่อเป็น Super Star