อ่านระหว่างบรรทัด

posted on 20 Aug 2011 22:24 by thelastquestion  in questionblog
 
 
 
กลางดึกคืนหนึ่งของปีที่แล้ว.
 
สายตาผมกวาดไปตามหน้าจอของเว็บไซต์ exteen.com
 
ในฐานะของคนที่เริ่มหัดเขียน. ผมพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจ.
 
จนไปเจอกับบทความหนึ่ง.
 
 
 
เพียงคลิกเข้าไปดู. สายตาผมก็จดจ้องอยู่กับตัวอักษรเบื้องหน้า.
 
อย่างถอนตัวไม่ขึ้น. บทความแล้วบทความเล่าซึมซับเข้าสู่การรับรู้.
 
เขาเรียกตนเองว่า "บรรทัดที่สิบเอ็ด"
 
 
 
นอกจากความตั้งใจในการเขียนที่มีพลังจนสัมผัสได้แล้ว. ดูเหมือนว่าฝีมือลีลาการใช้ภาษาของเขายังเพลิดเพลินสนานสนุก. จนอยากลุกไปหาหนังสือเล่มที่เขาเขียนถึงมาอ่าน
 
เจ้าชายน้อย เป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่ต้องค่อยๆอ่าน

ถ้าคุณเร่งรีบคุณก็อาจจะข้ามความสุนทรีย์ เล็กๆน้อยๆ

ที่ไม่ใช่เพียงเนื้อหา ภาษา แต่รวมไปถึงรูปภาพต่างๆ ที่มีรูปสวยๆน่ารักๆมากมาย (ถูกนำมาทำเป็นสินค้าต่างๆเพื่อเก็บเป็น collection)
 
ลองอ่านดูครับ เพียงเจอรูปและเนื้อหาในหน้า 2-3

ก็จะแอบหลงรักแล้วหละครับ

แล้วจะเข้าใจว่าผมจะสะสมภาษาต่างๆไปทำไมทั้งๆที่อ่านไม่ออก
 
จาก "The Little Prince - เจ้าชายน้อย"
 
 
 
นี่เป็นหนังสืออีกเล่ม ที่คนไทยทุกคนควรอ่าน

และควรอ่านตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ เพราะถ้าคุณรออ่านพรุ่งนี้

มันอาจจะช้าเกินไป
 
จาก "บทเรียนที่เราเรียนรู้ได้จากเพื่อนบ้าน 4 ปีนรกในเขมร"
 

 

ปกติแล้ว. ผมตั้งใจว่าจะถามคนที่ผมสนใจ. สัก 10 ข้อ
 
แต่ไหน ๆ เขาก็เรียกตัวเองว่าบรรทัดที่สิบเอ็ด แล้ว.
 
ขอเพิ่มอีกสักข้อจะเป็นไรไป.
 
ครั้งหนึ่ง. ชายคนนี้ก็เคยบอกไว้
 
ขนาดความใหญ่ ของสิ่งที่คุณทำ มันไม่สำคัญหรอกครับ
 
ลองอ่านความคิดเขาดูสิครับ.
 
 
 
 
คุณนิยาม "คุณ" และ "บล็อกของคุณ" ว่าอย่างไร ?
ผม คือ ลูกกรรมกรชาวจีนและแม่ค้าร้านของชำ ที่ต้องการประสบความสำเร็จ และ เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ได้ว่า "ไม่ว่าเกิดมาอย่างไร คุณจะเป็นอะไรก็ได้ อยู่ที่คุณเลือก"
“The Eleventh Line หรือ บรรทัดที่สิบเอ็ด” คือ ที่ๆเอาหนังสือน่าอ่านพร้อมประสบการณ์ในการอ่าน ณ ตอนนั้นๆ มาเล่าให้ฟัง ด้วยความหวังว่า จะช่วยทำให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น ขณะเดียวกันก็บอกให้ทุกคนรู้ว่า ผมเล่าให้ฟังได้ แต่บังคับใครอ่านไม่ได้
 
หนัง/หนังสือ/เพลงโปรดของคุณ ?
มันเยอะมากจริงๆ เพราะ ผมชอบดูหนัง ชอบดูคอนเสิร์ต ส่วนหนังสือก็เยอะตามที่เห็นในบล็อกและไม่ได้มีจุดยืนว่าชอบแนวไหน แนวไหนที่มีความสุข ชอบหมด
ขอยกคร่าวๆ 2-3 รายการ แต่ขอให้รู้ว่า ไม่ใช่แปลว่าอันนี้ คือ สุดยอดที่สุด เพราะผมหลายใจเหลือเกินครับ
หนังสือ ถ้าชื่อ มูราคามิ / ประภาส ชลศรานนท์ / ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา / ทรงศีล ทิวสมบุญ โผล่มาก็ยากที่จะหลุดรอดมือผม
หนัง เอาตัวอย่างบางเรื่อง ที่ดูมากกว่า 1 ครั้งละกันครับ The God Father, Seven, Shawshank, Dead Poet Society และ ดูทั้งหมดของ Christopher Nolan
เพลงไทยผมฟังเฉลียงได้ไม่เบื่อ อยู่ในใจตลอดกาล แต่ถ้ายุคปัจจุบัน ผมชอบฟังพวกวงอินดี้ ผมไป FAT Fest ทุกปี Big Mountain ทุกครั้ง มันไม่ได้เพราะทุกเพลงหรอกครับ แต่มันไม่เบื่อ มันยังมีอะไรใหม่ๆ เพลงของพี่ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายบางทีฟังครั้งแรกเดาเนื้อบางตอนออกเลย (อันนี้ไม่ได้พูดเกินเหตุ) เพลงหรั่ง ผมก็ฟัง Queen ได้ซ้ำๆๆๆๆๆ ใหม่หน่อยก็ Cold Play, Fat Boy Slim อะไรแบบนี้ ไม่มีแนว อันไหนสุขก็แนวนั้น
 
เห็นแนะนำหนังสือที่ชอบไปเยอะ มีหนังสือเล่มไหนไหมครับที่ไม่ชอบ ?
ผมมีหนังสือขยะเต็มตู้เลย ทิ้งไม่ลง และไม่เอามาเล่าให้ฟัง โกรธด้วยที่คนทำหนังสือขยะออกมา เพราะบังเอิญถ้ามีคนที่กำลังจะเริ่มอ่านหนังสือมาหยิบเล่มพวกนี้เข้า มันทำลายโลกบางคนได้เลยทีเดียว หนังสือประเภทที่เกลียดมากๆ คือ พวกทำนายหายนะโลก โดยเฉพาะเมื่อคนเขียนเป็นคนที่มีตำแหน่งแห่งหนในสังคม ผมว่าพวกนี้หน้าด้าน 
 
ในชีวิตนี้ ถ้าให้เลือกอ่านหนังสือได้เพียงเล่มเดียว เลือกเล่มไหนครับ ?
ถ้าบังคับให้อ่านเล่มเดียวผมจะไม่อ่าน

คุณผ่านงานมาหลายด้านมาก ทั้ง engineering, sales engineer, trader, assistance sales manager, key account manager, assistance sales, marketing manager, ประสบการณ์ที่ผ่านมาให้บทเรียนอะไรแก่คุณบ้าง ?
ผมยอมเสียเวลาเดินหางานที่มีความสุข เพราะเมื่อเจองานที่สนุก คุณจะอยู่กับมันแบบมีความสุข คุณจะรู้สึกมันส์ทุกครั้งที่งานออกมา เพราะเมื่อคุณมีความสุขคุณจะทำออกมาได้ดี และผลตอบแทนมันจะมาเอง
บางคนอาจจะเลือกเงินเป็นจุดหลักและได้เงินเดือนตอนเริ่มมากกว่าผม แต่เมื่อมันไม่ใช่ คุณจะเนือย ผมใช้เวลาอยู่หลายปีกินเงินเดือน sideway ตอนนี้สิ่งที่ผมได้รับ นับกันในรุ่นแล้ว ผมหัวแถวแน่ๆ
ดังนั้นผมจะบอกว่า เงินสำคัญแต่ไม่ที่สุด เมื่อคุณเจองานที่สุข มันจะตอบแทนคุณเอง
"แต่อย่าใช้ความไม่สู้งาน แล้วบอกว่างานนี้ไม่ใช่" 

มาร์ค ทเวน กล่าวไว้ว่า "The man who doesn't read good books has no advantage over the man who can't read them." (คนที่ไม่อ่านหนังสือดีมิได้มีโอกาสเหนือคนที่อ่านหนังสือไม่ออก) คุณคิดอย่างไรกับคำพูดดังกล่าว ?
ผมมีวันนี้แพราะหนังสือและฟุตบอล 

คนไทยเราอ่านหนังสือเฉลี่ยต่อวันกันน้อยมาก คุณคิดว่าเราควรแก้ปัญหาอย่างไร และแก้ที่ใครดีครับ ?
แก้ตรงคนทำหนังสือนั่นแหละครับ หนังสือดีพอ ใครจะไม่อ่าน แก้ตรงที่คนสอนนั่นแหละครับ หลักสูตรดีพอ สอนดีพอ ใครจะไม่เรียน เพราะถ้า 2 ข้อบนดีพอ ใครไม่อ่าน จะไปสนทำไมหละครับ 

คุณใส่ใจกับการตอบคอมเมนท์มาก อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณต้องตอบคอมเมนท์อยู่เสมอเลยครับ ?
ผมอยากให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น ดังนั้นผมพยายามตอบเพื่อเล่าเรื่องหนังสือให้ emotional มากขึ้น แต่ยอมรับว่า ในที่สุดมันก็ไม่ไหวที่จะตอบทุก comment ดังนั้นจึงเลือกตอบ comment ที่มีคำถาม หรือ มีความรู้สึกว่า อีกจิ๊ดนึง เขาจะไปอ่านแล้ว ผมก็ขอเขี่ยอีกนิด 

มีคำถามอะไรที่คุณยังสงสัย และยังคงหาคำตอบไม่ได้ ?
ผมตอบแทนคุณพ่อ คุณแม่มากพอหรือยัง จะทำอย่างไร ให้ท่านมีความสุข มีความภูมิใจในตัวลูกได้มากกว่านี้อีก (ที่ยังหาคำตอบไม่ได้เพราะถ้าเราถามท่าน ยังไงท่านก็จะตอบว่ามีความสุขแล้ว)

ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไร ?
ทุกครั้งที่มีคนบอกว่า พี่คือ idol ของหนู …. แม่งสุดยอด เพราะทุกคนที่พูดอย่างนั้น เค้ามองมาที่ผมแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย เราทำได้ใช่มั้ยถ้าเราเชื่อและพยายามมากพอ"
 
สุดท้าย เปิดบล็อกมาเกือบสองปีแล้ว คุณได้เรียนรู้อะไร จากการเป็น "บรรทัดที่สิบเอ็ด" บ้างครับ ?
บางคนแวะมาเพราะอยากให้เราแวะไป เมื่อก่อนผมพยายามแวะไปเพราะอยากให้เขาแวะมา มันไม่มีประโยชน์ เพราะ คุณก็ไม่ได้อ่านอะไรติดไป ผมเขียน blog ชวนคนมาอ่านหนังสือ ไม่ได้เขียน blog เพื่อเป็น Super Star
 
 
 
 
 

...นาฬิกาข้อมือ

posted on 17 Aug 2011 13:04 by thelastquestion  in thing
ผมคือใส่นาฬิกาข้อมือมาหลายเรือน
 
ตอนเด็ก ๆ
 
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนาฬิกาที่เน้นความเท่ ความสวยงาม มากกว่าจะเน้นประโยชน์ใช้สอย
 
 
 
ประโยชน์ส่วนใหญ่ที่ผมใช้สอย
 
คือ ดูเวลา กับ จับเวลา
 
ดูเวลา ว่าเมื่อไรจะหมดคาบเรียน
 
จับเวลา ว่าเมื่อไรจะครบสิบนาที
 
 
 
สิบนาที.
 
ตอนนั้น นักเรียนเยอะ แต่บางวัน บอลมีลูกเดียวในช่วงพักเที่ยง (เพราะบางวันครูใช้สอนอยู่)
 
เราเลยต้องแบ่งกันเล่น ด้วยการแบ่งทีม
 
ธรรมดาห้องเรามักจะแบ่งข้างกัน บางทีคนที่ไม่ถูกกันก็ไม่ยอมเล่นด้วยกัน
 
แต่เมื่อนักเรียนเยอะ เราเลยต้องรวมทีม
 
ทีมประจำห้อง
 
เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อเอาชนะห้องอื่นให้ได้
 
แพ้คัดออก. แล้วเปลี่ยนให้อีกทีมมาเล่นแข่งกันไปเรื่อย ๆ
 
ตอนนั้น ทุกคนอยากเล่น. ไม่มีใครอยากนั่งดูทีมอื่นเตะบอลให้เราดู.
 
มันเป็นครั้งที่ผมได้เห็นทุกคนร่วมมือกัน
 
 
 
ด้วยความที่ตนมักเป็นกองหลัง
 
เลยได้มีโอกาสทัศนาภาพนั้น
 
เพื่อนสองคน ไม่ถูกกัน เพิ่งต่อยกันมาไม่กี่วันก่อน
 
เล่นบอลข้างเดียวกัน จ่ายบอลให้กัน ประสานงานกันเป็นอย่างดี
 
ความรู้สึกแบบนี้ บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน.
 
 
 
พักเที่ยงหมดเวลาแล้ว. นาฬิกาของผมก็จับเวลาเสร็จแล้ว.
 
เหงื่อท่วมกาย. และเราต้องกลับไปเรียน.
 
ช่วงเดินกลับห้อง. ผมเห็นสองคนนั้นเดินกอดคอกัน.
 
แล้วผมก็ยิ้มออกมา
 
มิตรภาพเกิดขึ้นได้. ไม่เกี่ยงหรอกว่าเวลาใด.
 
 
 
ปัจจุบัน. ผมเลิกใส่นาฬิกาข้อมือแล้ว.
 
ดูเวลา. กับจับเวลา.
 
ชีวิตมันผ่านไปทุกนาที. เปล่าประโยชน์ที่เราจะเอาแต่ดูเวลา. และจับเวลา
 
เพราะเวลาที่แท้จริง. ไม่ยอมให้เราจับได้ง่าย ๆ.
 
เวลาอยู่ตรงหน้าเราเสมอ
 
ไม่จำเป็นต้องมีนาฬิกา
 
มิตรภาพเกิดขึ้นได้เสมอ
 
ไม่จำเป็นต้องมีเวลา.
 
 
 
*thing = ตั้งใจจะเขียนถึงสิ่งของต่าง ๆ ว่าสิ่งของแต่ละขิ้นนำเราไปที่ไหนมาบ้าง
 
มือใหม่หัดเขียน สับสนวกวนไปบ้างต้องขออภัย.
เมื่อเห็นคนคนหนึ่ง.
 
เราคิดอย่างไรกับเขา ?
 
หน้าตาดี. แต่งตัวเข้าท่า. บุคลิกน่าคบหา.
 
 
 
เมื่อรู้จักคนคนหนึ่ง.
 
เราคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหน ?
 
อัธยาศัยดี. มีน้ำใจ. ใจร้อน. พูดไม่คิด. ไม่รู้กาลเทศะ.
 
 
 
แล้วเราคิดกับตัวเองอย่างไร ?
 
ไม่มั่นใจ. หงุดหงิดบ่อย. ขี้ลืมขี้จำ.
 
 
 
เราคิดได้.
 
แต่เราตัดสินได้ไหม.
 
 
 
คนหนึ่งคน. มีคำตอบตายตัวเลยไหม ?
 
อาจจะไม่ ?
 
เราถึงต้องใช้เวลา.
 
บางที. เราไม่อาจตัดสินอะไรได้เลยด้วยซ้ำ.
 
 
 
คุณคิดว่าอย่างไรครับ ?

ทำไมคำถามจึงไม่ถูกเฉลย ?

posted on 17 Jun 2011 14:05 by thelastquestion  in question
ตั้งแต่วันนั้นแล้ว. วันที่ผมมีคำถาม.
 
ตั้งแต่ตอนเด็ก.
 
ตั้งแต่ตอนวัยรุ่น.
 
จนตอนนี้.
 
ชีวิตก็ยังมีแต่คำถาม.
 
 
 
อยากรู้คำตอบ.
 
แต่ไม่เคยได้รู้.
 
พอได้คำตอบ.
 
ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่คำตอบที่แท้จริงหรือเปล่า.
 
 
 
คำตอบไม่ถูกเฉลยออกมาเสียที.
 
หรือเป็นเพราะมันไม่มีคำตอบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ?
 
 
 
กระทั่งการกำเนิด. และความตาย. ก็ยังเป็นคำถาม.
 
หรือคำถามจะเป็นเรื่องปกติของชีวิต ?
 
คุณคิดว่าอย่างไรครับ ?
ในระหว่างการสัมภาษณ์นักการเมืองท่านหนึ่ง.
 
พิธีกรถาม "คิดว่า...จะได้กี่ที่นั่ง ?"
 
นักการเมืองตอบ
 
"ผมไม่อยากประเมินตัวเลขครับ แต่ผมมั่นใจว่าเราได้ ส.ส. เพิ่มขึ้นกว่าเดิม"
 
ท่านเว้นจังหวะหายใจ ก่อนกล่าวต่อ "แล้วก็ การเลือกตั้งครั้งนี้ สูสีครับ"
 
"ถึง 200 ไหม ?" พิธีกรถามต่อ
 
"สูสีครับ การเลือกตั้งครั้งนี้จะสูสีมาก แล้วผมคิดว่าผมพูดจริง แต่ว่าที่พยายามมีการสร้างกระแสว่าบางพรรคจะชนะถล่มทลาย ผมไม่เชื่อ"
 
ท่านหยุดอีกครั้งก่อนกล่าวต่ออีกยืดยาว นู่น นั่น นี่ บลา บลา บลา บลา
 
 
 
เป็นที่รับรู้กันมาเป็นเวลานานแล้ว. นักการเมืองเป็นผู้ที่มีวาทศิลป์
 
สำนวนโวหารเพราะจับจิต. วาทศิลป์ไพเราะจับใจ.
 
หากแต่กับนักการเมืองไทย. ผมรู้สึกผิดแผก แตกต่างออกไป.
 
 
 
วาจาอันรื่นหู. ถ้อยคำไพเราะน่าฟัง.
 
แต่ยืดยาว. และเยิ่นเย้อ.
 
และบ่อยครั้งก็น่ารำคาญ.
 
 
 
การเมืองไทย. ไม่แพ้ชาติใดในโลก.
 
และนักการเมืองไทยก็เช่นกัน.
 
จะให้พวกเขาพูดเป็นวัน ๆ ก็ทำได้.
 
แต่มีอะไร อยู่ในคำพูดเหล่านั้น ?
 
 
 
คุณคิดว่าอย่างไรครับ ?

ละลายน้ำแข็งของเจ้าหญิง

posted on 27 May 2011 11:16 by thelastquestion  in questionblog

 

ผมจำไม่ได้แล้ว ว่ารู้จัก เจ้าหญิงน้ำแข็ง ครั้งแรกเมื่อไร.

แต่จำความรู้สึกแรกที่อ่านตัวหนังสือของเธอได้

อบอุ่น. ประทับใจ.

 

มุมมองความคิดของเธอน่าสนใจ

แต่ละบทความของเธอ มักจะมีแง่มุมชวนให้คิดอยู่เสมอ.

 

ต่อให้โลกภายนอกสนั่นหวั่นไหว..

แต่โลกภายในยังนิ่งสงบ...

เราคงมีสติที่จะสยบและเผชิญหน้ากับวิกฤติปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี...

จาก "สัญญาณ..."

 

เมื่อความกว้างยาวของพื้นที่รอบตัวถูกจำกัดขนาดลง...

สิ่งที่รับรู้ได้ละเอียดสำหรับฉันจึงอยู่ในรัศมีสั้นๆ...

มันทำให้ฉันเองรู้สึกดีกับสิ่งที่อยู่ใกล้...

ได้ละเอียดลออถ้วนถี่ภายใต้ความไม่เยอะสิ่ง...

...

แม้โลกจะแคบลง..แต่ก็ลึกซึ้งมากขึ้น...

จาก "สามัญประจำวัน #4"

 

มันไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายที่ข้ามพ้นช่วงเยาว์วัย...

แต่กลับเป็นเรื่องน่าดีใจ...

และภาคภูมิใจในการใช้ชีวิตทุกวันผ่านมา...

 

จาก "สามัญประจำวัน #5"

 

ผมสนใจความคิดของเธอครับ

ด้วยเหตุนี้. คำถามของผม. จึงถูกส่งไปหาเธอ.

และต่อไปนี้. คือคำตอบของเธอครับ.

ลองอ่านดู.

แล้วคุณอาจจะพบอะไร. มากกว่าที่คุณอ่าน.

 

 
คุณนิยาม "คุณ" และ "บล็อกของคุณ" ว่าอย่างไร ?
     นิยามทั้งสองอย่างเลยแล้วกันค่ะว่า  ... ง่ายๆ แต่เข้าใจยาก ... 
 

หนัง/หนังสือ/เพลงโปรดของคุณ ?        
     หนัง  :   เรื่อง เพื่อนสนิท ...ดูแล้วรู้สึกว่า...มันเป็นหนังที่สร้างมาเพื่อคนอย่างเรา...ไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่องตรงกับชีวิต...แต่เพราะองค์ประกอบ...นักแสดง...อารมณ์...คำพูดตัวละคร....อะไรหลายๆอย่างในนั้น...มันใช่มาก...             
     หนังสือ  :   รักแรกอ่าน  : 'ปราย พันแสง…รูมเมทเคยซื้อมาตอนเรียนปี 2 แต่ไม่สนใจ...มาซื้ออ่านเองอีกทีตอนปี 4  ... อ่านแล้วอินสุดๆ...เพราะเป็นคนเชื่อในรักแรกอ่าน....เหมาะกับยุคที่คนใช้ตัวหนังสือคุยกันดีนะ... เมื่อก่อนหายาก...ซื้อมาเก็บไว้ 3 เล่มเลย...เผื่อมันช้ำ...เดี๋ยวนี้เขาเอามาพิมพ์ใหม่แล้ว... แต่ชอบแบบเล่มเก่ามากกว่า
    
เพลง :   ความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้  - Super baker … เพลงน่ารัก ฟังทีไรก็อมยิ้ม...
     Leaving On A Jet Plane - John Denver … ดูอ้อยอิ่ง... หวานปนเศร้า...เว้าวอน ... ไม่ชอบการจากลาเลยชอบเพลงนี้...

 
คุณว่าความรักคืออะไร ?
      ความรัก คือ ความรัก  ... ไม่ใช่ความเข้าใจ ไม่ใช่ความหลงใหล ไม่ใช่การเอาใจใส่  ไม่ใช่การให้  ไม่ใช่การเสียสละ  ไม่ใช่การเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ความห่วงใย ไม่ใช่ความปรารถนาดี  ไม่ใช่อะไรอื่น ...
 

ในบล็อกของคุณ มี "..." (จุดจุดจุด) เยอะมาก พอจะอธิบายที่มาของมัน หรือความตั้งใจของคุณได้ไหม ?
       …  บอกจังหวะการคิดค่ะ ...  เป็นคนคิดนาน....ระหว่างคิดก็จะ จุด จุด จุด ... มันอุ่นหนาฝาคั่งดีด้วยค่ะ...เคยเขียนแบบไม่ใส่จุดแล้วโล่งๆ...เขิน...

 
ถ้าให้เลือกได้อย่างเดียว ระหว่าง "การมองเห็น" กับ "การได้ยิน" จะเลือกอะไร ? และทำไม ?
      เลือกการมองเห็น...เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะถนัดอยู่ในโลกเงียบมากกว่า...
 

สำหรับคุณ แรงบันดาลใจ ส่วนใหญ่ มาจากไหน ?
      สิ่งที่พบเห็นทั่วไปในชีวิตประจำวัน ...หนังสือที่อ่าน... เพลงที่ฟัง... หนังที่ดู...บุคคลที่ได้พูดคุย

 

ในชีวิตนี้ มีอะไรที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำอีกไหมครับ ?
      เยอะค่ะ...กีตาร์ก็ยังเล่นไม่เป็น...บันจี้จั๊มพ์ยังไม่ได้โดด...ญี่ปุ่นยังไม่ได้ไป...เพชรพระอุมายังอ่านไม่จบ..  ฯลฯ ...แถมมันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ...         แต่สิ่งที่อยากทำซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ในชีวิต...ได้ทำไปตามตั้งใจแล้ว...ถือว่าพอใจแล้วล่ะ...ที่เหลือนี่ไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร...ถ้าโลกไม่แตกซะก่อนจะค่อยๆทำไป... 

 

มีคำถามอะไรที่คุณยังสงสัย และยังคงหาคำตอบไม่ได้ ?
      นึกไม่ออก ... คำถามที่มีส่วนใหญ่จะออกแนวไม่ยอมหาคำตอบ ...มากกว่าหาคำตอบไม่ได้... 

              
ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไร ?
      มาทำงานทันเวลา – ได้กินไอศกรีมและขนมอร่อย –หัวเราะกับเพื่อนๆ – ไม่มีงานด่วน - เลิกงานตามเวลาเป๊ะ -  ฝนตก – มีโอกาสทำความดีเล็กๆน้อยๆ - ถึงบ้านโดยปลอดภัย - ได้เขียนหนังสือ – ดีเจเปิดเพลงที่อยากฟัง – ได้อ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ …
 
สุดท้าย ได้ขึ้นฮอตโพสต์บ่อย ๆ ไม่กลัวน้ำแข็งละลายหรือครับ ?
     
ไม่กลัวค่ะ...น้ำแข็งละลายเสมอเมื่อเจอความอบอุ่น...แต่ไม่ละลายเพราะได้ดาวประดับ...   
 
………………………………………………………………………………………………………………………

( ขอบคุณมากค่ะ  สนุกดี  ตอนแรกนึกว่าจะเป็นคำถามแบบ...คุณคิดยังไงกับเรื่องชนชั้นในสังคมไทย...การตายของบิน ลาดิน จะส่งผลกระทบต่อสันติภาพบนโลกอย่างไร...ระบบการศึกษาไทยควรแก้ไขตรงไหน ...ศรัทธากับความเชื่อต่างกันอย่างไร....อะไรอย่างนี้ ... OMG  ไม่งั้นคำตอบคงมีแต่ จุด จุด จุด  ....   :D )

 

http://halonunu.exteen.com/

 

 

ทำไมถึงติดหน้าจอ ?

posted on 26 May 2011 12:56 by thelastquestion  in question
ผมได้เห็นผู้คนมากมาย. ที่ก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ.
 
ไม่ใช่ทุกข์ใจอะไร. พวกเขากำลังง่วนกับสิ่งที่อยู่ในมือ.
 
หน้าจอเล็ก ๆ.
 
 
 
ปัจจุบัน. มนุษย์ได้ย่อโลกทั้งใบ. ให้อยู่ในหน้าจอสี่เหลี่ยมนี้.
 
หน้าจอหนึ่ง. สามารถทำอะไรให้เราได้หลายอย่าง.
 
ดูหนัง. ฟังเพลง. หาความรู้. จองตั๋วเครื่องบิน.
 
ทำอะไรก็ทำได้หมด.
 
จะคุยกับอีกคนที่อยู่อีกซีกโลกก็ยังได้.
 
 
 
คงไม่มีปัญหาอะไร.
 
ถ้าเราใช้มันเป็นแค่ "ทางเลือก"
 
มิใช่ "แทนที่"
 
 
 
เราสนใจคุยกับคนที่อยู่ห่างไกลเป็นพันไมล์
 
แต่ไม่เคยแม้แต่จะมองคนที่อยู่ห่างแค่ก้าวเดียว.
 
คนที่อยู่ข้าง ๆ เรา.
 
 
 
มองโลกผ่านหน้าจอ. กว้างไกลกว่ามองผ่านตาเปล่าของเรา. จริงหรือ ?
 
คุณคิดว่าอย่างไรครับ ?
 
 
 
.