Through mind's eyes.

posted on 14 Oct 2012 18:06 by thelastquestion in questionblog directory Idea




การเขียนเป็นเรื่องยาก.

สำหรับผม,

ยิ่งเขียนมากเท่าไหร่, ยิ่งผ่านมันมามากแค่ไหน, แทนที่จะง่ายดาย มันกลับยากขึ้นทุกที

ยกตัวอย่างง่าย ๆ บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้, ผมไม่รู้ว่าจะขึ้นต้นบรรทัดแรกว่าอะไรด้วยซ้ำ

ยังไม่ต้องพูดถึงการเรียบเรียงคำ หรือประโยค ให้กลมกลืนลื่นไหล เอาแค่เขียนให้ได้ดี สำหรับผมก็เป็นเรื่องยาก

 

มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมอยากคุยด้วยมานานแล้ว

แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที

ถือว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่ผมใช้เวลาทำนานมากชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้

แต่ผลที่ออกมาก็คุ้มค่า, อย่างน้อยสำหรับผมเองก็น่าพอใจ

 

อย่างแรก,

ระหว่างการเตรียมคำถาม, ผมพบอะไรบางอย่าง

เธอเคยให้คำจำกัดความตัวเองไว้ชุดหนึ่ง

Photography / Idea / Lifestyle

Music / Travel / Architecture

เป็นชุดคำสั้น ๆ, ได้ใจความพอสมควร

หากแต่ผมคิดว่ายังขาดตกอะไรอีกหลายอย่าง, ไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจตัวเธอทั้งหมด

มิใช่การตำหนิติติงแต่อย่างใด

อันที่จริง
, ผมคิดว่าเธอเลือกที่จะเว้นระยะความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่นี้

รักษาไว้, และบอกเล่าแต่เพียงน้อย

ถ้าอยากรู้จักความเป็นไปมากกว่านี้, ผมเชื่อว่ากับช่องทางอื่น, เธอมีพื้นที่ให้ได้แสดงออกอยู่แล้ว




บล็อก
, ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ของความคิด

และความรู้สึก

เรื่องที่เธอเขียน, ไม่ได้มีจุดเร่งเร้า กดดัน หรือบีบคั้นอารมณ์มากมาย

ทว่ากลับทิ้งตะกอนบางอย่างไว้, เมื่ออ่านจบ




อย่างที่สอง
, เธออายุยังน้อย

มีไฟ มีแรงล้นเหลือ มีพลังเต็มเปี่ยม.

ไม่ใช่เท่านั้น, มุมมองที่เธอมีต่อโลกใบนี้ก็คมคาย

การคุยกับคนอายุน้อยกว่า, ผมรู้สึกดีเสมอ, เมื่อได้รับพลังอะไรบางอย่างจากพวกเขา

กับครั้งนี้, ไม่ใช่แค่พลัง, แต่ผมกลับได้ความคิดอะไรหลาย ๆ อย่าง จากคำตอบของเธอด้วย

 

เหตุผลที่ฉันเขียน

เป็นเพราะการเขียน

ทำให้ฉันได้พูด

ในสิ่งที่ฉันไม่ได้พูด

 

มีเรื่องดีย่อมมีเรื่องร้าย ปะปนกันไป

เธอหรือเขาอาจมีผิดหวังหรือเสียใจ

ขอเพียงหยุดพักแล้วทบทวนใหม่

 

ถ้าเรามีไทม์แมชชีน

จะย้อนเวลาไปตอนไหนก็ได้

หรือจะข้ามเวลาไปตอนไหนก็ได้

แล้วปัจจุบันจะมีความหมายอะไร

 

อายุมากกว่าก็จริง,

แต่ถ้าว่ากันถึงฝีไม้ลายมือการเขียน
, ผมคิดว่าตัวเองยังอ่อนด้อยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

และในหลายครั้ง,

ผมคิดว่า ความคิดของเธอ มีเสน่ห์ และลึกล้ำ กว้างไกลกว่าผมเสียอีก.




เขียนบล็อกมานานพอสมควร รู้สึกยังไงกับการเขียนบ้างครับ
การเขียนทำให้เราได้พูดในบางสิ่งที่เราพูดออกมาไม่ได้ ในตอนแรกแรก เราเขียนเพราะเราอยากจำ สิ่งไหนที่เราคิดว่าเราจำได้ เราก็ไม่เขียน แต่ผลคือไม่ว่าเราจะเขียนหรือจำ พอเวลาผ่านไปเราก็ลืมอยู่ดี ต่อมาคือเราเขียนเพราะอยากเขียน คือแค่อยากจะเขียนเท่านั้น เขียนแล้วจำได้บ้าง เขียนแล้วลืมไปบ้าง แต่ในระหว่างที่เขียนนั้นเรามีความสุข เราสนุก เราก็เลยเขียนมาเรื่อยเรื่อย ไม่รู้ตัวเลยว่าเขียนมานานขนาดไหน แต่คิดว่าจะเขียนต่อไป

 

ทำไมถึงเลือก Exteen
เราเขียนในสมุด เราไม่เคยเอาสมุดให้คนอื่นอ่าน อยู่มาวันหนึ่งเรานึกอยากให้คนอื่นอ่าน อยากเล่าเรื่องราวที่เราเจอ อยากเล่ามุมมองที่เราเห็น อยากเขียนสิ่งที่คิดอยู่ และ exteen เป็นที่แรกที่เราคิดถึงเท่านั้นเอง

 

ส่วนใหญ่เรื่องราวที่เห็นในบล็อกค่อนข้างจะเป็นเรื่องปกติธรรมดามากเหมือนกัน มีวิธีการหยิบเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดยังไงบ้างครับ
ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดาหรือเรื่องปกติเท่าไหร่ก็ยิ่งง่ายที่จะถ่ายทอด เพราะมันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย สิ่งที่เราทำหรือเห็นในชีวิตประจำวัน สิ่งที่จะแตกต่างคือเรามีมุมมองคิดอย่างไรต่อสิ่งนั้น อย่างเช่นเรากำลังขับรถ ในขณะที่คนอื่นก็ขับรถอยู่เช่นกัน บางคนคิดถึงจุดหมาย บางคนคิดถึงระหว่างทาง บางคนคิดถึงคนที่นั่งอยู่เบาะข้างข้าง หรือบางคนอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย ซึ่งสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราสนใจนี่แหละคือสิ่งที่เรานำมาถ่ายทอด นำมาขยายความในมุมมองของเราเอง
แต่การหยิบสิ่งที่อยู่ใกล้หรือไกลตัวบางครั้งก็เป็นเรื่องขึ้นมาเหมือนกัน มองสิ่งที่อยู่ใกล้ก็จะไม่เห็นทางข้างหน้า หรือถ้ามัวแต่มองสิ่งที่อยู่ไกลออกไปก็จะไม่เห็นสิ่งที่อยู่รอบกาย ความสมดุลทางการมองเห็นเป็นเรื่องที่สำคัญ

 

การเขียนของคุณจะมีคำน้อย มีช่องว่างมีสเปซระหว่างกันเยอะมาก ความตั้งใจตรงนี้คืออะไรครับ
คำน้อยน้อยจะทำให้เราจินตนาการ และพื้นที่ว่างจะช่วยให้เราเติมเต็ม

 

แรงบันดาลใจของคุณส่วนใหญ่มาจากไหน
ทำนองดนตรี เชื่อไหมว่าดนตรีสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าการพูดหรือการเขียนซะอีก บางครั้งเราไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความคิด ความรู้สึกของเราได้ แต่เพลงเพลงหนึ่งสามารถทำได้ ถึงอย่างนั้นตัวเราก็ไม่ได้เป็นนักดนตรี ไม่ใช่นักแต่งเพลง แถมยังเล่นดนตรีไม่เป็นอีกต่างหาก ( เล่นได้ไม่เท่ากับเล่นเป็น ) เรารู้แค่ว่าดนตรีทำให้เราคิด เราจินตนาการ  เรามีพลังมีแรงมีกำลัง แทบจะทุกทุกครั้ง

 

คิดว่าตัวเองมองโลกในแบบไหน ร้ายหรือดี
เรามองเห็นความจริง ซึ่งในความจริงมีทั้งดีและร้ายมากกว่า

 

คุณเคยบอกว่าทุกคนเป็นสีเทา อยู่ที่ว่าจะเข้มหรืออ่อน แล้วคุณเป็นสีเทาแบบไหน
ความเข้มหรืออ่อนน่าจะอยู่ที่เรานำตัวเราไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นด้วย ถ้าเราเทียบกับแสงไฟเราอาจจะเข้มกว่า แต่ถ้าเราเทียบกับเงาเราก็อาจจะอ่อนขึ้น สำหรับเราในตอนนี้ที่ไม่ได้เปรียบเทียบกับอะไรเราจึงไม่มีความรู้สึกว่าเราเข้มกว่าหรืออ่อนกว่า เราจึงอาจเป็นสีเทาที่เราสมมุติขึ้นมาสีหนึ่งเท่านั้น ฟังดูงง งงเนอะ

 

มีเรื่องใดในอดีตที่เสียดายไหม
เราพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มากกว่าที่จะเสียดายในสิ่งที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไม่เสียดาย แต่ถึงเราเสียดาย ถึงเรากลับไปแก้ไขได้ เราก็จะเลือกทำแบบเดิมอยู่ดี

 

ทุกวันนี้คุณคิดเรื่องอะไรมากที่สุด
คิดว่า มื้อต่อไปจะกินอะไรดี

 

เวลามีความทุกข์ รับมือกับมันอย่างไร
เราแหวกว่ายแล้วจมดิ่งลงไป ความทุกข์ไม่เหมือนกับความสุข บางคนตะเกียกตะกายหนีความทุกข์แต่กลับยิ่งทำให้จมอยู่ในความทุกข์ เราจึงเลือกที่จะว่ายไปกับมัน อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีนัก แต่ทำให้เราได้ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะบางครั้งที่เราจมลงลึกลงไป เมื่อไหร่ที่เราได้ขึ้นมาหายใจเหนือความทุกข์นั้น เราถึงได้รู้ว่าความสุขมันมีค่ามากแค่ไหน
,ไม่นานมันจะผ่านไป , เราเชื่อแบบนี้เสมอ

 

อายุยังไม่มากเท่าไร เคยคิดถึงเรื่องความตายบ้างไหม
เชื่อไหมว่า หัวข้องานจบเทอมหนึ่งปีสองของเราที่ส่งไปเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อนคือเรื่อง ความตาย ซึ่งนั่นทำให้เราคิดวกเวียนวนถึงความตายเกือบตลอดเวลาด้วยซ้ำไป
ความตายคือธรรมชาติบางคนคงคิดว่ามันไกลตัวหรือเป็นเรื่องของคนมีอายุ แต่ที่จริงความตายอยู่รอบตัวเราเสมอ ส่วนตัวเราคิดว่าการคิดถึงความตายเป็นเรื่องดีนะ อย่างแรกคือมันทำให้เราตระหนักถึงการมีชีวิตได้ดีมากมาก อย่างที่สอ