ไอติมตากแห้ง.

posted on 02 Sep 2012 20:13 by thelastquestion in questionblog directory Idea




ข้างนอกฝนยังคงตก,


ตกหนักเสียด้วย, ถึงเป็นเด็กไม่ประสีประสา ก็คงรับรู้ได้ เดินออกไป ถึงอย่างไรก็ต้องเปียกบ้าง


ผมมองดูร่มของตัวเอง มันอยู่ใต้บันไดนี้มานานพอควร


ผมไม่ค่อยได้ใช้ร่ม, เสื้อกันฝนดูจะเหมาะกับวิถีชีวิตมากกว่า กรณีจวนตัวจริง ๆ ก็คงมีหยิบออกมาใช้งานบ้าง


สนิมเกาะเกรอะกรัง บางจุดก็เป็นรู, ถ้าร่มมีชีวิต มันคงด่าทอต่อว่าผมที่ไม่ยอมดูแล


ปล่อยให้มันมีคราบสนิม มีรอยฉีกขาด


ร่องรอย บอกถึงเรื่องราว


ร่องรอยที่เห็น, มีเรื่องราวการเกิดขึ้นของมันเสมอ





อันที่จริงแล้วบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้อาจไม่ต้องมีการเกริ่นนำ


ถ้าอ่านบล็อกของ Exteen อยู่บ้าง คงพอผ่านตานาม 'ไอติมตากแห้ง'


กล่าวโดยสรุปรวบรัด ไอติมตากแห้ง เริ่มต้นการเขียนบล็อกมากว่าสองปีแล้ว


ผมคิดว่าเขาเป็นนักเล่าเรื่อง บ้างก็เรื่องจริง บางครั้งก็เรื่องแต่ง


เขามีเรื่องมาเล่าตลอดเวลา.


ยังไม่นับรวมถึงทวิตเตอร์ หรือสเตตัสบนเฟซบุ๊คที่อัพเดทสม่ำเสมอ


ร่องรอย บ่งบอกถึงการมีอยู่.





นอกเหนือจากชีวิตที่ถูกบอกเล่า


ผมสนใจความคิด ความรู้สึก วิธีการมองโลกของเขา


เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อาจรู้ได้, จากการมองผ่านภายนอก


หรือเห็นแค่เพียงรอยบางรอย





ในปัจจุบัน, เราได้เห็น 'นักเล่าเรื่อง' หน้าใหม่ ๆ มากมาย บ้างก็เป็นดังดอกไม้ไฟ ปรากฏตัวเพียงชั่วครั้งคราวแล้วก็ห่างหาย


หากมองท้องฟ้า, เพ่งพิจารณา ให้เวลาและใส่ใจ


บางทีเราอาจจะพบว่า แสงบางอย่างที่เราเห็น มันไม่ใช่ดอกไม้ไฟ


แสงบางอย่าง, มันมาจากดวงดาว.









จุดเริ่มต้นของการเขียนบล็อกนี้เป็นมายังไง แล้วทำไมถึงเลือกใช้ชื่อ 'ไอติมตากแห้ง"

ผมเริ่มต้นเขียนบล็อกเพียงเพราะผมอยากจะเขียนระบายความในใจครับ ผมเป็นคนคิดเยอะ คิดในเรื่องที่แบบฟุ้งซ่านหน่อยๆ ชอบคิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราว พอค้นพบว่าในโลกนี้มีบล็อกไว้เพื่อการนี้ ผมก็เลยลองมองหาบล็อกที่ทำง่ายๆ หน่อย แต่สวยสำหรับเรา จนมาลงตัวกับเอ็กซ์ทีนเนี่ยแหละครับ
ส่วนไอติมตากแห้ง เป็นแค่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลง่ายๆ เลยครับ มันไทยดี แล้วก็ได้ยินชื่อแล้วก็ขำแปลกๆ มันเป็นอะไรที่ขัดแย้งแล้วก็น่าสงสัยไปในตัวดีครับ




ในฐานะที่มีทั้งบล็อก เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ช่วยวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของทั้งสามอย่างนี้ให้ฟังหน่อยฮะ
ข้อดีนี่ ถ้าจะให้บอกผมว่ามันเยอะมากเลยนะ เพราะส่วนหนึ่งในการที่เราเป็นนักเขียน เป็นพวกสายเขียนในสังคมออนไลน์แล้ว ผมต้องมีเฟซบุ๊คกับทวิตเตอร์ เพื่อให้คนอ่านได้รู้สึกว่า เราไม่ใช่คนที่แบบ อาร์ตหรือติสท์แบบในเรื่องสั้นเสมอไปนะ ผมก็เล่นกับคุยได้ คุณก็ทักผมได้นะ คิดถึงก็เข้ามาแซวได้ มันเป็นโลกไซเบอร์ที่ถ้าเราใช้ให้ถูกทาง มันก็จะให้คุณค่าในด้านที่ดีๆ กลับมาสู่ตัวเองได้
ลองคิดถึงในอดีต ผมมีโอกาสรู้จักคนที่อยู่ไกลๆ ได้บ้างไหม ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยนะ
สังคมออนไลน์ทำให้ผมพบคนมากมายโดยที่เราอาจจะไม่มีวันรู้จักได้ด้วยวิธีแบบในอดีต สิ่งนี้เป็นข้อดีของมันเต็มๆ เลยครับ
เพียงแต่ทุกวันนี้ เราผูกพันกับพวกนี้มากเกินไปจริงๆ ผมยังมองตัวผมที่ไม่มีหนึ่งในสามอย่างนี้ไม่ออกเลย ผมเขียนเรื่องที่อยากระบายในภาษาของผมลงบล็อก พอสบายใจก็จะมาที่หน้าเฟซบุ๊ค เพื่อพูดคุยกับเพื่อน หรือไม่ก็หลบมาทวิตเตอร์ เพียงเพราะเราอยากบ่นอะไรสักอย่าง ดังนั้นถ้าพูดกันตรงๆ แล้วโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คไม่เคยมีข้อเสียเลยด้วยซ้ำ มันอยู่ของมันแบบนั้น คนเราต่างหากที่พยายามบิดมันให้กลายเป็นสิ่งเสียๆ หายๆ คุณติดมันมาก ไม่ใช่เพราะมันบังคับเรา เราเลือกที่จะติดเอง และเราถูกคนนั้นคนนี้หลอกในเฟซบุ๊ค ก็เพราะตัวเราเองทั้งนั้นถ้าเราใช้ให้เพียงพอ พอดี ทั้งสามอย่างนี้จะดีกับเราครับ
ผมมีคติประจำตัวที่ใช้มาตลอด "ถ้าเรามองโลกในแง่ดี สิ่งร้ายๆ ก็จะไม่มองเราในแง่ร้าย" ทุกวันนี้เราเป็นอะไรอย่างที่เราใช้ในสังคมออนไลน์จริงๆ




โลกออนไลน์สะท้อนให้คุณเห็นอะไร

สะท้อนตัวตนเรา เหมือนกระจกเงาเลยครับ เวลาที่ผมรู้สึกว่าอยากได้อะไรเหงาๆ หนักๆ ผมจะเข้ามาหาในสังคมออนไลน์พวกนี้ครับ เออ คุณรู้จักเว็บหาเพื่อนไหม ผมไปเก็บวัตถุดิบงานเขียนจากข้อความโพสหาเพื่อนในนั้นครับ อย่างแรกเลยผมจะรู้ว่า สังคมออนไลน์ทุกวันนี้เดียวดายขนาดไหน แล้วผมก็จะรู้ว่าทุกวันนี้เราหาเพื่อน มีเพื่อนด้วยวิธีไหน มันก็ถือได้ว่าเป็นด้านที่ไม่ดีนักในโลกออนไลน์เลยด้วยซ้ำ แต่ยิ่งผมไปดูไปอ่าน ผมก็จะเข้าใจว่า ตัวตนเราสุดท้ายก็มานั่งเหงาหน้าคอมจริงๆ หรือ เราจะปล่อยให้ตัวตนเราถูกสะท้อนกลับไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกออนไลน์จะดีหรือ ผมว่าโลกออนไลน์ทำให้เรารู้จักตัวตนเราชัดเจนขึ้น เพราะเราได้พูด ได้เขียน ได้คิด ได้ทำลงไป เพราะมันมาจากเนื้อในเราจริงๆ ครับ



คิดอย่างไรกับประเด็นที่ว่าสื่อออนไลน์จะมาแทนที่สื่อที่เป็นกระดาษ

ผมเห็นด้วยครับ สักวันหนึ่งสื่อออนไลน์จะเข้ามาเป็นทุกอย่างที่กระดาษเคยบันทึกไว้ เราอยู่ในยุคที่ต้องยอมรับกันแล้วครับ ว่าทุกวันนี้ทุกอย่างปรับเข้าหาแท็ปเลต ไม่ก็พวกอีบุ๊คกันหมด ตรงนี้แหละเป็นหน้าที่ของหนังสือในรูปแบบกระดาษแล้วครับ ว่าทุกวันนี้ เราใช้กระดาษทำออกมาเป็นหนังสือได้ดีขนาดไหน
ผมเคยเห็นคนมองมากมายเถียงชนฝาว่า สื่อออนไลน์เป็นกระแสวูบวาบ เพราะในแง่การสัมผัสจับต้องได้ หนังสือดีที่สุด ครับตรงนี้ผมก็คิดแบบเดียวกับเขา และเราควรกลับมาคิดได้แล้ว ว่าเราทำหนังสือได้ดีพอกับกระดาษพวกนี้ขนาดไหน มันเป็นวัฏจักรครับ ถ้าทุกอย่างมีจังหวะชีวิตของมัน แล้วหนังสือถึงเวลาต้องพัก ต้นไม้ถึงเวลาที่ควรจะกลับไปเป็นต้นไม้ เราก็ควรเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสมัยของสื่อออนไลน์ได้แล้ว และสิ่งที่ลองรับสื่อออนไลน์ก็ควรจะปรับตัวเข้าหาคนได้แล้วครับ ทั้งในแง่ของราคาและเทคโนโลยีที่ทำให้คนเราอ่านอย่างไม่สะดุด ไม่เสียสายตา เราต้องปรับตัวเข้าหากันครับในแง่นี้




เหมือนกับว่าเรื่องในบล็อกจะเป็นแง่มุมจริงจัง ส่วนในโซเชียลเน็ตเวิร์กค่อนข้างจะขี้เล่นไม่น้อย จริง ๆ แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน

ผมเป็นทั้งสองอย่างเลยครับ ผมมีด้านที่ไม่สว่างนัก ไว้ระบายอยู่ในบล็อกครับ เป็นมุมมองชีวิตที่แบบ ถ้าว่ากันอย่างจริงจังก็ เป็นด้านที่ผ่านความเจ็บปวดมาเยอะครับ (หัวเราะ)
ส่วนในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ผมเป็นอีกด้านหนึ่งของผม เป็นส่วนที่สว่าง ผมอยากให้คนที่คุยกับผมรู้สึกว่า ผมก็มีด้านเฮฮานะ ไม่ได้ติสท์จัด เท่จัด หรือหม่นจัดจนทุกคนก็คุยกับผมไม่ได้ ผมจัดสมดุลชิวิตไว้มานานแล้วครับ ว่าเราควรจะมีทั้งสองด้าน เพื่อให้ชีวิตเรายังสนุกต่อไปได้ในโลกแบบนี้ครับ (หัวเราะ) ดังนั้นพูดคุยได้ แซวได้ เพราะผมก็ยังเป็นคนที่อยู่บนพื้นฐานนักเขียนธรรมดามากๆ ไม่ได้ถือตัว และยังไม่ดังครับ




แรงบันดาลใจส่วนใหญ่ของคุณมาจากอะไร

มาจากการมองโลกในแง่ดีครับ เป็นวิธีคิดที่ผมเรียนรู้มาตลอดหลายปีมากๆ ว่าถ้าเราจะมีชีวิตต่อไปในโลกแบบนี้ การมองโลกในแง่ดี จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนเราไม่จบไม่สิ้นครับ
ส่วนสถานที่หาแรงบันดาลใจก็จากน้องๆ ที่รู้จักกันในสังคมออนไลน์หลายคนครับ บางทีเราสนิทกัน คุยจนรู้จักกัน เขาก็จะเล่าเรื่องของเขา วันนี้หนูอกหักนะทำไงดีพี่ หรือก็ไปส่องในเว็บหาเพื่อนครับ ดูว่าคนในโลกด้านนั้นเขาเป็นยังไงกันบ้างครับ
แล้วที่สำคัญต่อแรงบันดาลใจด้านการเขียนมากๆ คือหนังสือครับ หนังสือ ร้านหนังสือ เป็นสถานที่ที่ผมสามารถอยู่ในนั้นได้ทั้งวัน เพราะหนังสือคือสมการที่เป็นอนันต์ในโลกใบนี้ครับ มีไม่สิ้นสุด และสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ทุกลมหายใจเลยครับ




จะเขียนอะไรสักอย่าง ประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ จำเป็นไหม

จำเป็นมากครับ ผมผ่านมาเยอะ ฟังมาเยอะ แล้วก็ให้คำปรึกษาใครมาเยอะ (หัวเราะ) ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวของใครสักคนว่า ประสบการณ์จำเป็นกับงานเขียนมาก มันจะทำให้เราดูโต ดูเด็ก หรือดูเป็นคนๆ นั้น ดูเข้าใจโลกเรื่องสั้นที่เราสร้างขึ้นมาได้ชัดเจนขึ้น มันเป็นสิ่งไว้สร้างนำหนักในเรื่องที่เราเขียนครับ



คุณให้ค่ากับเรื่องอะไรมากที่สุด

การมองโลกในแง่ดีครับ ผมเคยอยู่เพื่อให้ค่ากับเงินทอง อยู่จนลืมวันเวลาไป เพียงเพราะว่าเราต้องการเงินเยอะๆ ซึ่งสุดท้ายมันก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขขนาดนั้น ทุกวันนี้ผมมีลมหายใจเป็นการมองโลกในแง่ดีครับ ผมให้ค่ากับมันมากจนทำให้ผมเข้าใจลมหายใจของโลกใบนี้ขึ้นทุกวันๆ ซึ่งสำหรับใครหลายคนที่อาจจะคิดว่า มองโลกในแง่ดี ก็คือการหลอกตัวเอง อืม นั่นแสดงว่า คุณยังมองโลกในแง่ดีไม่ถูกด้านนะครับ ทันทีที่เราคิดว่ามันหลอกลวง เราก็จะไม่ใช่ของจริงแล้วครับ ผมสามารถบอกได้เลยว่า ผมอยู่มานาน 25 ปีและยังไม่ตายเพราะมองโลกในแง่ดีครับ



ในชีวิต มีสิ่งไหน มีเรื่องอะไรที่รู้สึกไม่ชอบไหม

ผมไม่ชอบอาการติดโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คครับ แต่ยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งรู้สึกรักมันมากขึ้นทุกวัน เพราะผมยังคิดถึงน้องๆ พี่ๆ ทุกคนในโลกออนไลน์เสมอ ถ้าผมเลิกไป ผมคงไม่ได้เจอกับพวกเขาอีกนานแสนนาน เนี่ยแหละครับผมคิดแบบนี้ทีไรก็มานั่งขำใส่ตัวเอง ผมไม่ชอบตัวเองในด้านนี้จริงๆ นะ ติดมันมากไปครับ
แล้วอีกเรื่องที่ไม่ชอบคือ ผมเป็นมนุษย์เบื่อง่าย ผมเบื่อไวครับ แต่สำหรับงานเขียนผมไม่เบื่อเลย เพราะมันใหม่ตลอดเวลา แต่สำหรับเรื่องอื่นผมเป็นคนที่ไม่น่าคบจริงๆ เพราะอาการเบื่อง่ายเนี่ยแหละครับ (หัวเราะ) พยายามรักษาอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะสำเร็จไหมครับ




ความสุขในวันนี้คืออะไร

คือการได้คิด ได้เดินไปไหนมาไหนแล้วดีใจที่คิดเรื่องที่จะเขียนออก พอคิดแล้วลงมือเขียน พอเขียนเสร็จ ก็เข้าไปอ่าน ไปพูดคุยกับใครๆ ในโลกออนไลน์ต่อ พอมีเวลาก็หาเวลาไปเดินร้านหนังสือ อ่านหนังสือใหม่ๆ หาหนังสือเก่าๆ นั่งกินกาแฟ เดินไปมาพบคนมากมาย แล้วก็ยิ้ม มองโลกในแง่ดี เรื่องพวกนี้ คือความสุขในวันนี้ของผม ความสุขแบบกะทัดรัด ง่ายๆ ในแบบไอติมตากแห้งครับ



เป้าหมายต่อไปของคุณคือ

กำลังคิดว่าจะออกไปประลองยุทธ์โดยส่งงานเขียนเข้าประกวด เข้าเสนอสำนักพิมพ์บ้างครับ ตามแรงยุช่วงหนึ่งของคนในบล็อก (หัวเราะ) จนเขาเลิกยุกันไปแล้ว แล้วก็เป้าหมายต่อไปคือเรื่องสั้นเรื่องต่อๆ ไปครับ อยากเขียนแล้วครับ



http://goinganywhere.exteen.com/