ถ้าการทำงานคือลมหายใจเข้า.

posted on 26 Mar 2012 18:12 by thelastquestion in questionblog directory Travel, Idea
 
 
 
ถ้าการทำงานคือลมหายใจเข้า
 
การเดินทางก็คือลมหายใจออก
 
บล็อก Littlest Blog เขียนเอาไว้อย่างนั้น
 
และเห็นได้ชัด, ว่าความหมายก็เป็นเช่นนั้น.
 
 
 
 
มนุษย์เงินเดือนหลายคน, เบื่อหน่ายกับหน้าที่การงานของตน.
 
อยากทำสิ่งนั้น, อยากทำสิ่งนี้.
 
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำ.
 
ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลหรือข้ออ้าง. ดูเหมือนว่าต่อให้มีเพียงน้อย มันก็ทำให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนต้องจ่อมจมอยู่กับการงานอันชวนเหนื่อยหน่าย
 
 
 
 
 
คุณแอ้, ผู้ที่มักอัพเดทเรื่องราวการเดินทางของเธอลงในบล็อก แสดงให้เราเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด ที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่อยากทำ.
 
ไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทาง, แต่หมายรวมถึงเรื่องอื่น ๆ
 
สิ่งที่อยากทำ, สิ่งที่อยากเป็น
 
บางทีหากเปรียบชีวิตเป็นการเดินทาง, มันก็คงเป็นตั๋วเที่ยวเดียว.
 
เราไม่สามารถย้อนกลับไปทางเก่าได้
 
การเดินทางที่เราคิดว่ามันยาว, บางทีก็อาจถึงสิ้นสุดเข้าสักวัน
 
สิ่งสำคัญคงไม่ใช่จุดหมาย.
 
แต่เป็นระหว่างทาง
 
 
 
 
วันนี้. ในขณะที่คุณกำลังเหนื่อยหน่ายกับการทำงาน.
 
ลองหยุดพัก.
 
และลองรับฟังการเดินทางของเธอดูครับ. 
 
 
 
 
 
 
คุณนิยาม "คุณ" และ "บล็อกของคุณ" ว่าอย่างไร 
สำหรับบล็อก.. แอ้อยากให้อารมณ์มันเหมือนกับการนั่งเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง
บทแรกๆ ในบล็อกนี้ก๊อบมาจากที่แอ้เขียนเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านจริงๆ เลยด้วยซ้ำ
บล็อกน่าจะเป็นเหมือนพื้นที่นั่งเล่น ทำตัวสบายๆ แล้วมาคุยเรื่องสนุก ๆ กัน
ลองนึกถึงมุมโปรด แสงพอเหมาะ มีหมอนใบโตเยอะๆ คุยกันสนุกๆ ได้ทุกเรื่อง แต่ดราม่าไม่เอานะ เรื่องเครียดก็ไม่เอา แอ้แน่ใจว่าแต่ละคนหาเรื่องเครียดกับเรื่องดราม่าได้เองอยู่แล้วแหละ
ส่วนตัวเองเหรอ.. นิยามยากอยู่นะ ถามเพื่อนสิบคนยี่สิบคน คงได้คำตอบไม่เหมือนกันเลย นั่นคงเป็นเพราะแอ้เป็นคนที่มีหลายมุมมากๆ มั้ง คุณอาจจะเห็นในด้านที่เป็นนักเดินทางตัวยงเลย เพื่อนๆ จะรู้เลยว่าอย่างแมน แต่เวลาอยู่บ้านนี่แอ้ถักไหมพรมนะ หรือมุมที่ว่าแอ้ชอบทำอาหาร แต่กินไม่ได้เลยนะ เวลาทำงานจะเป็นหม่อมป้าเจ้าระเบียบมาก แต่ห้องส่วนตัวนี่อย่างรกอย่างกับเด็กผู้ชายวัยรุ่นตอนต้นเลยนะ
ตอนแรกคิดถึงคำว่า complicate ขึ้นมา แต่ตัวเราก็ไม่ซับซ้อนนี่นา..  เอาเป็นว่า หลากหลาย + ไฮเปอร์มาก – คล้ายๆ ว่าเป็นเด็กสมาธิสั้นมาก่อนแล้วไม่ได้รับการรักษา โตมาจะเป็นแบบนี้ น่าจะเป็นนิยามความเป็นแอ้ได้ใกล้เคียงที่สุด
 
 
 
หนัง/หนังสือ/เพลงโปรดของคุณ  
โปรดหนัง, หนังสือและบทเพลงเสมอค่ะ แต่มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ถ้าเป็นช่วงนี้ หนังที่ชอบที่สุดก็ยังคงเป็น Inception,
หนังสือนี่ชอบเยอะมาก ระบุไม่ได้เลยทีเดียว อ่านหลายแนวด้วย ข้ามไปเพลงเลยแล้วกัน
เพลงก็ชอบเยอะและหลายแนวมาก แต่ที่ฟังซ้ำไปซ้ำมาเยอะที่สุดในชีวิตก็คือ Nightwish ค่ะ ต้องช่วงที่ยังเป็น Tarja นะ
 
 
 
ทริปล่าสุดที่ไป 
ลาวใต้ค่ะ โหดมันส์ฮาเช่นเคย แต่ยังไม่ถึงคิวอัพบล็อกเลย เข้าคิวรอไปก่อน ทริปนี้ไปตามหาเมืองเล็กๆ ที่เคยเห็นแต่ป้าย ไม่มีอะไรมากนักที่ปลายทาง แต่ระหว่างทางนี่สุดๆ เดินทางเอามันส์ล้วนๆ 
 
 
 
ระหว่างไปคนเดียว กับไปเป็นหมู่คณะ คุณชอบแบบไหนมากกว่า  
ชอบทั้งสองแบบ ขาดแบบไหนแบบหนึ่งไม่ได้นะในรอบปี ชีวิตมันจะไม่สมบูรณ์  
แต่ถ้าให้เลือก ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับว่า “หมู่คณะ” ที่ว่าน่ะมันใคร
ถ้ากับเพื่อนรักเนี่ย ไปกับเพื่อนดีกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้ากับคนไม่สนิท หรือไปกับทัวร์เนี่ย ชอบไปคนเดียวมากกว่าค่ะ  
 
 
 
เวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรค คุณรับมือกับมันอย่างไร
แอ้จบวิศวะโยธามา เขาสอนว่าทุกปัญหาน่ะมีทางออกเสมอ ไม่ว่ามันจะดูตันแสนตันยังไงก็ตาม ก็ยึดแนวทางนี้ตลอดค่ะ
ทางออกทางแก้มันมี ไอ้ที่ติดขัดคือเราคิดไม่ออกเท่านั้น
พอเจอทางตันเข้าปุ๊บก็จะใจเย็นๆ ถอยมาก้าวหนึ่งก่อนนะ ยิ้มสู้ วางแผนได้ก็วางแผน วางไม่ได้ก็ด้นสดมันไปเลย ตั้งใจมั่นว่ายังไงเราต้องรอดจากเรื่องนี้ไปให้ได้
แอ้เป็นนักสู้นะ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และไม่เคยมีอุปสรรคอะไรมาหยุดเราได้จริงๆ อย่างเก่งก็ชะลอเราลงนิดหน่อย เชื่อมั่นว่าถ้าเราตั้งใจจริงๆ ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ 
แอ้มีคำขวัญอันนึงที่ใช้เตือนสติเวลาเจอปัญหาคือ “แล้วพอมันผ่านไป มันก็จะกลายเป็นแค่เรื่องเล่าตลกๆ”   
 
 
 
อะไรที่ประทับใจคุณมากกว่า ผู้คนหรือสถานที่    
ทั้งสองอย่างผสมปนเปกันไปค่ะ เราเดินทางโดยยึดสถานที่เสมอ แต่สิ่งที่เติมเต็มคือผู้คนเสมอเช่นกัน
สถานที่ให้เราเสพด้วยสัมผัสทั้งห้า แต่ผู้คนเราต้องเสพด้วยใจ 
 
 
 
หลงรักการเดินทางขนาดนี้ เคยคิดจะลาออกจากงานประจำเพื่อออกเดินทางไปเลยบ้างไหมครับ  
คิดสิคะ เชื่อว่าใครๆ หลายคนก็คงมีฝันแบบนี้แหละ แต่สุดท้ายแล้วแอ้ว่าไม่เวิร์คหรอก เพราะว่าการเดินทางมันพิเศษ ก็เพราะมันพิเศษ ถ้าชีวิตมีแต่การเดินทาง มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆ ไป
สมมติเราชอบกินช็อคโกแลตมากที่สุดเลย แล้วกินแต่ช็อคโกแลตทุกๆ วัน ข้าวก็ไม่กิน ยาก็ไม่กิน เชื่อว่าช็อคโกแลตจะเป็นของโปรดเราไปได้ไม่นานแน่ 
อีกอย่าง นอกจากงานจะนำมาซึ่งทรัพยากรสำคัญที่จะใช้ในการท่องเที่ยวแล้ว งานที่แอ้ทำก็สนุกด้วยนะคะ ตื่นเต้นไปอีกแบบเลยแหละ เป็นการเดินทางเหมือนกัน แต่เดินทางเข้าไปในโลกธุรกิจ ใช้เทคนิคต่างๆ ผจญภัยกับงานในแต่ละวัน ระดับความท้าทายใช้ได้เลยทีเดียว   
แถมให้นิดนึงสำหรับท่านที่อาจจะเบื่องาน ลองหาเพลงเก่าเพลงนี้ฟังนะคะ Spoonful of Sugar เป็นเพลงประกอบหนังเก่าๆ เรื่องแมรี่ ป๊อบปิ้นส์ ตอนที่แมรี่สอนให้เด็กๆ ทำงานบ้าน เธอเปรียบงานบ้านเหมือนยาขมซึ่งจะกินมันโดยไม่ทรมานลิ้นต้องกลืนพร้อมๆ กับน้ำตาล เช่นเดียวกันกับงานที่น่าเบื่อ ย่อมมีมุมที่สนุก หามันให้เจอแล้วใช้ความท้าทายตรงนั้นแหละมานำทางให้งานสำเร็จค่ะ
 
 
 
คิดอย่างไรกับมนุษย์เงินเดือนที่ที่เอาแต่ทำงานหนัก ไม่ยอมไปเที่ยวหรือพักผ่อน
แอ้เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนคนนั้นเลย
แอ้เริ่มออกเดินทาง ก่อนที่จะลงมือทำบล็อกนี้ไม่นานเลยค่ะ อาจจะช่วงเดียวกันด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านั้นเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มขั้น ทำงานหนักมาก แรกๆ ตกลงกันไว้ว่าทำงานจันทร์-ศุกร์ และเสาร์เว้นเสาร์ ต่อมาแอ้ไปทำทุกเสาร์ ต่อมาวันอาทิตย์ก็เตร่ๆ อยู่แถวไซต์งาน แต่ก่อนทำงานอยู่ส่วนงานก่อสร้าง คุมไซต์เลยบ้าง เป็นทีมสนับสนุนบ้าง หนักๆ เข้าก็ย้ายไปอยู่ข้างๆ ไซต์ นอนมันในห้องประชุมเสียเลยด้วยความบ้างาน ในหัวมีแต่เรื่องงานตลอด เครียด ไม่ได้ผ่อนคลายเลย อย่างพักสุดๆ คือไปนั่งดูน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วฝันถึงท้องทะเลอะไรอย่างนี้ ทำตัวแบบนั้นมาหลายปี ได้รู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์เลย เราไม่รู้หรอกว่า นาฬิกาของเราจะหยุดเดินเมื่อไหร่ เราไม่รู้จริงๆ นะ
แล้วโลกนี้ก็กว้างเหลือเกิน เราจะไม่อยากเห็นมันเชียวหรือ นี่โลกเลยนะ ถ้าโอกาสครั้งนี้หมดไป ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอย่างนี้อีกเมื่อไหร่..
จากนั้นก็เปลี่ยนตัวเองแบบเต็มรูปแบบ หางานใหม่ที่หยุดเสาร์อาทิตย์ ก็มีนี่หว่า ไม่เห็นหายากอะไร,จัดระเบียบชีวิตหลายายสิ่งที่ยุ่งเหยิง ทุกวันนี้ก็ยังจัดอยู่เรื่อยๆ เพราะมันคอยจะยุ่งอยู่เสมอค่ะ แล้วเริ่มต้นออกเดินทางอย่างที่ฝันไว้นานเสียที
หลายๆ คนที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานหนักอยู่จะคิดว่าในขั้นตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงตรงนี้มันยากมาก ติดนั่นติดนี่ จากคนที่ผ่านตรงนั้นมาแล้วนะ อยากบอกว่าไม่ยาก ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากทำมันรึเปล่า จัดระเบียบทรัพยากรมีค่าที่สุดของชีวิตคุณเอง นั่นก็คือเวลา แบ่งให้งานด้วย ให้คนที่คุณรักด้วย อย่าลืมให้ตัวเองด้วยนะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทางหรอก รักอะไรก็ทำสิ่งนั้นแหละ มันเป็นรางวัลที่ควรให้กับตัวเองบ้างนะ      
 
 
 
คุณว่าการเดินทางจำเป็นกับชีวิตไหม    
สำหรับแอ้จำเป็นมากกกกก มันคือเชื้อเพลิงที่เติมพลังให้ความฝัน เป็นแหล่งความรู้ เป็นตัวจุดประกายความคิด เป็นที่พักผ่อน เป็นสนามประลอง เป็นสะพานไปสู่สิ่งใหม่ๆ เป็นไทม์แมชชีนให้เราย้อนกลับไปค้นหาวันเก่าๆ และอื่นๆ อีกมากมาย มันสร้างทั้งมุมมองและบุคลิกภาพใหม่ให้เราเลยนะ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าดีกว่าของเก่าเยอะ 
 
 
 
คุณได้อะไรจากการเดินทาง 
ได้รับ และ ได้ให้
คนเราเดินทางส่วนมากขั้นแรกคือหวังจะไปรับ รับอากาศบริสุทธิ์ ความสวยงาม ไอดิน กลิ่นป่า เอาหน้าไปปะทะสายหมอก ลองทานอาหารแปลกๆ มีเพื่อนใหม่ ฯลฯ
แต่เหนือกว่านั้น คุณรู้ไหมการเดินทางเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งปันนะ เรารับและเราให้
สิ่งที่เราให้เห็นชัดๆ คือเงินที่ใช้จ่ายจะหมุนเวียนในท้องถิ่นนั้น แต่ลึกไปกว่านั้นคือกำลังใจ ที่ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันโอเคนะ เรามาและเราเห็นแล้ว ชอบด้วย แค่บอกว่าชอบเขาก็มีความสุขแล้ว บางครั้งเราแวะพักตามที่พักที่ร้างผู้คน เขากำลังหมดกำลังใจที่จะทำต่อ เราอาจจะเป็นกำลังใจเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็เป็นได้ 
แอ้จะชอบล้วงลึกไปกว่านั้นอีกนิด ยกตัวอย่างเช่นล่าสุดไปลาวใต้ ไปเจอแม่เฒ่าทำอาชีพทอผ้าแบบไม่ใช้กี่ ทำมาเจ็ดปีแล้ว เห็นท่านั่งแกแล้ว โอ้โห ต้องปวดหลังแน่เลย แทนที่จะถ่ายรูปแม่เฒ่าเยอะๆ เพราะมุมกล้องสวย ก็กลับวางกล้องซะแล้วขึ้นบนเรือนแม่เฒ่า นั่งคุยกันนานสองนาน แล้วสอนแกทำโยคะสองสามท่าที่ยืดหลังเหมือนลูกหลานที่เป็นห่วงย่ายาย หรือคอมเมนต์ให้เด็กๆ ที่ร้อยสร้อยขายว่าแบบไหนจะฮิต แบบไหนจะขายได้เยอะ
แอ้มีความสุขกับสิ่งนี้มากเลยนะ ทุกคนเป็นเพื่อนเรา เป็นคนที่เราห่วงใยและอยากให้เขามีความสุขดี เป็นแนวคิดที่สุขนิยมมาก แต่เชื่อว่าเวิร์คในโลกยุคเหนื่อยๆ อย่างตอนนี้แหละ 
 
 
 
แล้วได้อะไรจาก