life goes on.

posted on 11 Feb 2012 02:24 by thelastquestion in questionblog directory Lifestyle, Knowledge, Idea
 
 
 
เมื่อแรกเริ่มทำบล็อกนี้, ความตั้งใจของผมในตอนนั้นคือ ต้องการถามคำถามที่ยังคงสงสัย ต้องการต่อยอดจากคำถามไปสู่คำตอบ หรือจากคำตอบไปสู่คำถามใหม่ก็ได้
 
ความตั้งใจของผมคือ 'ถาม'
 
แล้วดูว่าคำถามนั้นนำไปสู่อะไร.
 
 
 
Categories = Questionblog เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองจุดประสงค์นั้น
 
มีแค่บางอย่างที่ต่างกัน,
 
ผมอยากรู้ว่ามุมมองของคนหนึ่งคน กับคนอีกหนึ่งคนที่ต่างกัน เมื่อนำมาหักล้าง พิจารณา ครุ่นคิดใคร่ครวญแล้ว เราได้อะไรบ้าง คำตอบที่ออกมาพาเราไปสู่อะไร
 
แน่นอนว่าคำตอบของแต่ละคน บ้างก็เหมือน บ้างก็ต่างกัน
 
ไม่มีคำตอบไหนดีเลว, หรือถูกผิด
 
ผมคิดว่าคำตอบของแต่ละคนไม่ได้สะท้อนแค่ชีวิตของเขาเท่านั้น
 
แต่ยังสะท้อน 'ทัศนคติ' ของเขา
 
เรื่องเดียวกันบางคนคิดต่างกันได้, เหตุการณ์เดียวกันเราก็มองคนละภาพกัน
 
ทัศนคติ เปรียบเสมือน "แว่น" ที่เราใช้มองโลกใบนี้
 
ชีวิตเราจะดีหรือเลว, บางที ก็อาจจะขึ้นอยู่กับมัน
 
มุมมองของเรา
 
 
 
หลายครั้งที่มองวัยรุ่นสมัยนี้, คำถามที่ผุดโผล่ขึ้นมาในใจเสมอคือ, ทำไมพวกเขาถึงได้อ่อนแอกันนัก
 
ทั้งความรู้ ความคิด และความเข้าใจ
 
เห็นทั้งเด็กที่ผูกคอตายเนื่องด้วยสอบไม่ติด ทั้งเด็กที่ผลาญเงินพ่อแม่เป็นว่าเล่นไปกับค่าเหล้ายา
 
ดูเหมือนโลกเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน
 
 
 
 
"iamdozenist" ไม่ใช่อย่างนั้นครับ
 
เด็กมหาjลัยคนนี้ ทำให้ผมต้องคิดใหม่
 
ด้วยเพราะมุมมองของเขา
 
ข้อดีข้อหนึ่งของการไม่พกร่ม
คือเราจะได้อาศัยร่มของคนใกล้ตัวติดไปด้วย
คนคนนั้นเราอาจไม่ได้สนิทกันก็ได้
ร่ม...ทำให้เราใกล้ชิดกัน
อย่างน้อยก็ก่อนที่เราจะแยกจากกันไป
 ...มันอบอุ่นจนเราลืมไปว่าฝนกำลังตกอยู่น่ะ
 
 
 
 
สิ่งที่แท้จริงกว่าภายนอก
ก็คือภายในของเราเอง
 
 
 
 
-บางครั้งเราก็อยากหยุดเวลาของเราไว้แค่ในตอนเด็ก
หรืออยากเก็บบางช่วงเวลาที่ดีงามของชีวิตไว้กับตัวตลอดไป
เหมือนเก็บให้เวลาอยู่ในขวดแก้วที่พลิกกลับไปกลับมาอย่างไร
ก็จะไม่ร่วงหล่นไปไหน
 
แต่ความเป็นจริงคือไม่มีแก้วชนิดใด
จะแข็งแรงทนทานพอจะรองรับเศษทราย
ที่เต็มไปด้วยความทรงจำร้อยพันของเรา
ที่มีทั้งสุขและเศร้าไปด้วยกัน
แก้วไม่เคยรองรับได้อย่างนั้น
ไม่เคยเลย
 
เหมือนกับที่เราก็ไม่อาจเก็บความฝันของเราไว้ได้
เช่นกัน
 
 
 
 
ในแต่ละช่วงชีวิตของคนเรา ก็คงมีเรื่องให้ต้องคิดต้องทำต่างกันไป
เด็กเล็กคงคิดว่าวันนี้จะเล่นเกมอะไร วัยรุ่นคงคิดว่าวันนี้จะแต่งตัวยังไง
คนวัยผู้ใหญ่คงคิดว่าวันนี้จะเสนองานผ่านไหม
 ผู้เฒ่าผู้แก่คงเลิกคิดเรื่องอย่างอื่น...นอกจากเริ่มปล่อยวาง
 
เคยเขียนเอาไว้เหมือนกันว่า 'เรื่องบางเรื่องก็มีแค่วัยนี้เท่านั้นที่ทำได้'
เพราะฉะนั้นบางอย่างที่อาจไม่ได้ทำบ่อยครั้งไป หรือมีแค่วัยนี้เท่านี้ที่ได้ทำ
ก็ควรรีบลงมือทำ...ก่อนหมดเวลา
 
ในช่วงชีวิตของเราทั้งหมด จะมีกี่เรื่องให้ต้องคิดกันบ้าง
เรื่องตัวเอง เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อนฝูง เรื่องการเรียน เรื่องการทำงาน เรื่องสุขภาพ เรื่องความรัก เรื่องความสัมพันธ์ ฯลฯ
เขียนมาเหมือนเยอะแยะมากมาย แต่เอาเข้าจริง พอเราเติบโตมากขึ้น...ก็พบว่าเรื่องทั้งหมดมันสัมพันธ์กัน
และพบว่าเราจะแยกเรื่องใดเรื่องหนึ่งออกจากกันไม่ได้เลย
 
 
 
ทุกความคิดที่ถูกถ่ายทอดออกมา, ไม่ใช่แค่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งวัยใฝ่ฝันแต่เพียงเท่านั้น
 
แต่ยังแฝงเร้นไว้ด้วยความละเมียด ละเอียด และหนักแน่น
 
ที่จริงแล้วคนเราอาจไม่จำเป็นต้องมีความรู้ระดับดีเลิศ ความคิดระดับยอดเยี่ยม และความรู้สึกอันละมุนไม
 
ขอแค่ "ทัศนคติที่ดี" ก็คงพอ
 
 
 
 
เพราะเราไม่ได้ต้องการ "ชีวิตที่ดี" เสมอไป.
 
เราต้องการแค่ "ชีวิตที่เหมาะกับเรา"
 
และบางที.
 
มันคงถึงเวลา, ที่ผมต้องเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่แล้ว
 
หากแว่นของคุณเริ่มมีริ้วรอย, อาจถึงเวลาต้องเช็ดมันแล้วล่ะครับ
 
เริ่มด้วยการอ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้...
 
 
 
 
 
คุณนิยาม "คุณ" และ "บล็อกของคุณ" ว่าอย่างไร ?
รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนให้คำนิยามยากมาก เพราะความสนใจของเราเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามวันวัยที่โตขึ้น
แต่ถ้าเอามุมที่เรารู้สึกกับตัวเองจริงๆ ก็รู้ตัวว่าเป็นคนที่มีสองบุคลิกครับ
ครั้งจะเฮฮาบ้าบอเต็มเหนี่ยวก็ได้ในช่วงอารมณ์หนึ่ง หรือในอีกอารมณ์หนึ่งก็จะนิ่งๆ เฉยๆ เคร่งเครียดเป็นเหมือนกัน
ความเป็นตัวเองแบบนี้ก็เลยส่งมาถึงบล็อกที่มีทั้งโทนสุขโทนเศร้า (บ่อยครั้งจะเป็นไปในแบบหลัง) 
แต่ที่เราเศร้าได้เพราะรู้ว่าความสุขเป็นยังไง
นิยาม สั้นๆ สำหรับบล็อกสีขาวที่ชื่อว่า iamdozenist* ก็คงเป็นบล็อกที่เรียบเรียงตัวอักษรถึง "ชีวิต ความสุข และความฝัน" (ของตัวเราเอง) เป็นหลักครับ
 
 
 
หนัง/หนังสือ/เพลงโปรดของคุณ ?
พวก หนัง หนังสือ เพลง ถ้าจะยกให้อยู่ใน favourite ได้ ก็คงเป็นพวกที่มันกระทบกับใจของเรา หรือรู้สึกได้ว่าชีวิตเรามีส่วนหนึ่งที่เป็นอย่างนั้นอยู่ในตัวสื่อพวกนี้
ภาพยนตร์ ถ้าเอาที่สุดแล้วก็คงเป็น "รักแห่งสยาม" ที่หยิบมาดูทีก็ยังเก็บอะไรใหม่ๆ จากหนังไ