#4 producer.

posted on 30 Aug 2014 02:19 by thelastquestion in words directory Entertainment, Lifestyle




เราพูดตลอดว่าโปรดิวเซอร์หนังก็เหมือนเมียผู้กำกับนั่นแหละ เราต้องอยู่กับเขา ต้องรู้ว่าผู้กำกับเขาคิดอะไร หนังอิสระก็คือการทำหนังเพื่อตัวเอง แล้วเราก็เป็นเหมือนบริการที่คอยซัพพอร์ตทุกอย่างให้เกิดขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นเข้าไปยุ่มย่ามกับเขานะ เราว่าคนเวลามาเจอกัน ทำงานด้วยกัน มันต้องรู้กันอยู่แล้ว สุดท้ายมันก็จะเรียนรู้กันแหละ ถ้าสมมติว่าเรารู้สึกไม่ดีกับเขา แต่เราเข้าใจเขาว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ เราก็อาจจะช่างแม่งก็ได้ หรือไม่โกรธเขาก็ได้ ซึ่งเราว่าสำคัญมากในการโปรดิวซ์หนัง


โสฬส สุขุม / a day ฉบับที่ 167 (คอลัมน์ a day with a view) หน้า 161
#ภาพ : a team junior 10

#3 artist.

posted on 07 Sep 2013 18:02 by thelastquestion in words directory Idea




ผมไม่เชื่อว่าศิลปะหรือความเป็นศิลปินมันวิเศษอะไรมากมายอย่างที่ศิลปินยกยอกัน ก็เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง คนเป็นศิลปินก็เลวดี เหมือนคนทั่วไป ทำผิดได้เหมือนคนทั่วไป และไม่จำเป็นว่าอะไรที่ออกมาจากปากศิลปินต้องเป็นสิ่งที่ควรใคร่ครวญศึกษาไตร่ตรองเสมอไป นับวันผมรู้สึกว่าศิลปินที่คิดแบบนั้น เชื่อแบบนั้น หรือไม่เชื่อ แต่ได้ประโยชน์จากมายาคติแบบนั้น ใช้เป็นข้ออ้างอะไรมากมาย ทำให้ไม่ถูกตรวจสอบอย่างชัดเจน พอบอกว่าเป็นศิลปิน ทุกคนต้องเข้าใจว่าเพราะเขาเป็นศิลปิน เขาเลยต้องทำตัวแบบนี้ หรือจะไปเอาอะไรกับมันมากมาย มันเป็นศิลปิน ผมว่าศิลปินก็คืออาชีพหนึ่ง มีศาสตร์ของมัน มีกรอบของมันอยู่ว่าศิลปะ การทำงานศิลปะ แม้ว่ามันสร้างสรรค์อะไรก็ได้ คล้ายไร้ขอบเขต แต่มันก็มีกฏของมันอยู่ในตัวเองเหมือนเรื่องอื่น ๆ ทั่วไป

ปราบดา หยุ่น / Writer ฉบับที่ 13 (คอลัมน์ the WRITER's secret) หน้า 92
#ภาพ : Niwat Puttaprasart
.

#2 trap.

posted on 16 Aug 2013 19:43 by thelastquestion in words directory Idea




เคยได้ยินไหม หลายคนชอบพูดว่ากูขอทำงานก่อน กอบโกยเงินทอง พอรวยแล้วกูค่อยใช้ชีวิต มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าระหว่างทางการหาเงินนั้น มันก็พ่วงแพ็กเกจชุดหนึ่งมาด้วย มีความรุงรังจำนวนหนึ่ง คุณต้องแคร์คนเต็มไปหมด เพราะคนเหล่านั้นทำให้คุณมี 150 ล้าน นิสัยคุณเองก็จะเปลี่ยนไปด้วย ระหว่างทางที่จะสะสมให้ได้ 150 ล้าน มันเป็นกับดักจริง ๆ ทั้งรูปธรรม นามธรรม และไอ้รูปธรรมยังแกะได้ แก้ได้ แต่นามธรรมนี่ยากมาก เพราะตัวเราเปลี่ยนไปเป็นแบบหนึ่งแล้ว
 
เป็นเอก รัตนเรือง / หนังสือ 'อย่างน้อยที่สุด' : วรพจน์ พันธุ์พงศ์ / หน้า 298
#ภาพ : อนุช ยนตมุติ (Waymagazine)
อนุช ยนตมุติ
อนุช ยนตมุติ

#1 feeling.

posted on 16 Aug 2013 04:58 by thelastquestion in words directory Idea




"ทุกอย่างมีจุดอิ่มตัวของมัน จะทำงานตลอดหรือเล่นกับแมวตลอดก็เป็นไปไม่ได้ แต่การได้เล่นกับโดราจังและพีจัง(แมว)ช่วงพักทำให้เรารู้สึกแฮปปี้ ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน บางทีหงุดหงิดอยู่ก็หายเลย แปลกมาก เป็นตัวสลายพลังงานที่ไม่ดี เป็นที่รีเซ็ตอารมณ์ เหมือนเวลาเราดูหนังตลกแล้วได้หัวเราะจนท้องแข็ง ลองสังเกตดูสิ สมมติว่าร้องไห้จะเป็นจะตายก็มีอารมณ์อื่นมาแทรกได้ อารมณ์โกรธก็เหมือนกัน บางเรื่องถ้าอยู่คนเดียวอาจจะไม่โกรธก็ได้ แต่ทำเป็นโกรธเพื่อให้อีกคนรู้ว่าอย่าทำอีกนะ มันมีหลายอารมณ์แทรกเข้ามาได้ แต่เวลาเราหัวเราะจนท้องแข็ง หัวเราะไม่หยุด มันเป็นช่วงเวลาที่อารมณ์อื่นมาแทรกไม่ได้จริง ๆ"


ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ / a day ฉบับที่ 155 (คอลัมน์ q & a day) หน้า 122.
#ภาพ : วีริศ วาณิชตันติกุล (a day magazine)

Through mind's eyes.

posted on 14 Oct 2012 18:06 by thelastquestion in questionblog directory Idea




การเขียนเป็นเรื่องยาก.

สำหรับผม,

ยิ่งเขียนมากเท่าไหร่, ยิ่งผ่านมันมามากแค่ไหน, แทนที่จะง่ายดาย มันกลับยากขึ้นทุกที

ยกตัวอย่างง่าย ๆ บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้, ผมไม่รู้ว่าจะขึ้นต้นบรรทัดแรกว่าอะไรด้วยซ้ำ

ยังไม่ต้องพูดถึงการเรียบเรียงคำ หรือประโยค ให้กลมกลืนลื่นไหล เอาแค่เขียนให้ได้ดี สำหรับผมก็เป็นเรื่องยาก

 

มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมอยากคุยด้วยมานานแล้ว

แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที

ถือว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่ผมใช้เวลาทำนานมากชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้

แต่ผลที่ออกมาก็คุ้มค่า, อย่างน้อยสำหรับผมเองก็น่าพอใจ

 

อย่างแรก,

ระหว่างการเตรียมคำถาม, ผมพบอะไรบางอย่าง

เธอเคยให้คำจำกัดความตัวเองไว้ชุดหนึ่ง

Photography / Idea / Lifestyle

Music / Travel / Architecture

เป็นชุดคำสั้น ๆ, ได้ใจความพอสมควร

หากแต่ผมคิดว่ายังขาดตกอะไรอีกหลายอย่าง, ไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจตัวเธอทั้งหมด

มิใช่การตำหนิติติงแต่อย่างใด

อันที่จริง
, ผมคิดว่าเธอเลือกที่จะเว้นระยะความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่นี้

รักษาไว้, และบอกเล่าแต่เพียงน้อย

ถ้าอยากรู้จักความเป็นไปมากกว่านี้, ผมเชื่อว่ากับช่องทางอื่น, เธอมีพื้นที่ให้ได้แสดงออกอยู่แล้ว




บล็อก
, ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ของความคิด

และความรู้สึก

เรื่องที่เธอเขียน, ไม่ได้มีจุดเร่งเร้า กดดัน หรือบีบคั้นอารมณ์มากมาย

ทว่ากลับทิ้งตะกอนบางอย่างไว้, เมื่ออ่านจบ




อย่างที่สอง
, เธออายุยังน้อย

มีไฟ มีแรงล้นเหลือ มีพลังเต็มเปี่ยม.

ไม่ใช่เท่านั้น, มุมมองที่เธอมีต่อโลกใบนี้ก็คมคาย

การคุยกับคนอายุน้อยกว่า, ผมรู้สึกดีเสมอ, เมื่อได้รับพลังอะไรบางอย่างจากพวกเขา

กับครั้งนี้, ไม่ใช่แค่พลัง, แต่ผมกลับได้ความคิดอะไรหลาย ๆ อย่าง จากคำตอบของเธอด้วย

 

เหตุผลที่ฉันเขียน

เป็นเพราะการเขียน

ทำให้ฉันได้พูด

ในสิ่งที่ฉันไม่ได้พูด

 

มีเรื่องดีย่อมมีเรื่องร้าย ปะปนกันไป

เธอหรือเขาอาจมีผิดหวังหรือเสียใจ

ขอเพียงหยุดพักแล้วทบทวนใหม่

 

ถ้าเรามีไทม์แมชชีน

จะย้อนเวลาไปตอนไหนก็ได้

หรือจะข้ามเวลาไปตอนไหนก็ได้

แล้วปัจจุบันจะมีความหมายอะไร

 

อายุมากกว่าก็จริง,

แต่ถ้าว่ากันถึงฝีไม้ลายมือการเขียน
, ผมคิดว่าตัวเองยังอ่อนด้อยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

และในหลายครั้ง,

ผมคิดว่า ความคิดของเธอ มีเสน่ห์ และลึกล้ำ กว้างไกลกว่าผมเสียอีก.




เขียนบล็อกมานานพอสมควร รู้สึกยังไงกับการเขียนบ้างครับ
การเขียนทำให้เราได้พูดในบางสิ่งที่เราพูดออกมาไม่ได้ ในตอนแรกแรก เราเขียนเพราะเราอยากจำ สิ่งไหนที่เราคิดว่าเราจำได้ เราก็ไม่เขียน แต่ผลคือไม่ว่าเราจะเขียนหรือจำ พอเวลาผ่านไปเราก็ลืมอยู่ดี ต่อมาคือเราเขียนเพราะอยากเขียน คือแค่อยากจะเขียนเท่านั้น เขียนแล้วจำได้บ้าง เขียนแล้วลืมไปบ้าง แต่ในระหว่างที่เขียนนั้นเรามีความสุข เราสนุก เราก็เลยเขียนมาเรื่อยเรื่อย ไม่รู้ตัวเลยว่าเขียนมานานขนาดไหน แต่คิดว่าจะเขียนต่อไป

 

ทำไมถึงเลือก Exteen
เราเขียนในสมุด เราไม่เคยเอาสมุดให้คนอื่นอ่าน อยู่มาวันหนึ่งเรานึกอยากให้คนอื่นอ่าน อยากเล่าเรื่องราวที่เราเจอ อยากเล่ามุมมองที่เราเห็น อยากเขียนสิ่งที่คิดอยู่ และ exteen เป็นที่แรกที่เราคิดถึงเท่านั้นเอง

 

ส่วนใหญ่เรื่องราวที่เห็นในบล็อกค่อนข้างจะเป็นเรื่องปกติธรรมดามากเหมือนกัน มีวิธีการหยิบเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดยังไงบ้างครับ
ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดาหรือเรื่องปกติเท่าไหร่ก็ยิ่งง่ายที่จะถ่ายทอด เพราะมันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย สิ่งที่เราทำหรือเห็นในชีวิตประจำวัน สิ่งที่จะแตกต่างคือเรามีมุมมองคิดอย่างไรต่อสิ่งนั้น อย่างเช่นเรากำลังขับรถ ในขณะที่คนอื่นก็ขับรถอยู่เช่นกัน บางคนคิดถึงจุดหมาย บางคนคิดถึงระหว่างทาง บางคนคิดถึงคนที่นั่งอยู่เบาะข้างข้าง หรือบางคนอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย ซึ่งสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราสนใจนี่แหละคือสิ่งที่เรานำมาถ่ายทอด นำมาขยายความในมุมมองของเราเอง
แต่การหยิบสิ่งที่อยู่ใกล้หรือไกลตัวบางครั้งก็เป็นเรื่องขึ้นมาเหมือนกัน มองสิ่งที่อยู่ใกล้ก็จะไม่เห็นทางข้างหน้า หรือถ้ามัวแต่มองสิ่งที่อยู่ไกลออกไปก็จะไม่เห็นสิ่งที่อยู่รอบกาย ความสมดุลทางการมองเห็นเป็นเรื่องที่สำคัญ

 

การเขียนของคุณจะมีคำน้อย มีช่องว่างมีสเปซระหว่างกันเยอะมาก ความตั้งใจตรงนี้คืออะไรครับ
คำน้อยน้อยจะทำให้เราจินตนาการ และพื้นที่ว่างจะช่วยให้เราเติมเต็ม

 

แรงบันดาลใจของคุณส่วนใหญ่มาจากไหน
ทำนองดนตรี เชื่อไหมว่าดนตรีสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าการพูดหรือการเขียนซะอีก บางครั้งเราไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความคิด ความรู้สึกของเราได้ แต่เพลงเพลงหนึ่งสามารถทำได้ ถึงอย่างนั้นตัวเราก็ไม่ได้เป็นนักดนตรี ไม่ใช่นักแต่งเพลง แถมยังเล่นดนตรีไม่เป็นอีกต่างหาก ( เล่นได้ไม่เท่ากับเล่นเป็น ) เรารู้แค่ว่าดนตรีทำให้เราคิด เราจินตนาการ  เรามีพลังมีแรงมีกำลัง แทบจะทุกทุกครั้ง

 

คิดว่าตัวเองมองโลกในแบบไหน ร้ายหรือดี
เรามองเห็นความจริง ซึ่งในความจริงมีทั้งดีและร้ายมากกว่า

 

คุณเคยบอกว่าทุกคนเป็นสีเทา อยู่ที่ว่าจะเข้มหรืออ่อน แล้วคุณเป็นสีเทาแบบไ